Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5979/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยตกลงจ้างโจทก์ในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากภรรยาจำเลยในประเทศไทยว่า จำเลยจะถูกฟ้องข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานหรือไม่ และขอคำแนะนำทางด้านกฎหมาย ถ้าจำเป็นก็ให้ตั้งทนายความสู้คดี โดยกำหนดจำนวนเงิน 20,000 บาท เป็นค่าจ้างเหมาในกิจการดังกล่าว การที่โจทก์สืบสวนข้อเท็จจริงให้คำปรึกษาและแนะนำแก่จำเลย เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าคู่กรณีต่างตกลงคิดค่าจ้างกันเป็นรายชั่วโมงหรือโจทก์แจ้งจำเลยขอคิดค่าจ้างนอกเหนือจากเงินจำนวน 20,000 บาทเป็นพิเศษ ต้องถือว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์กระทำการในวงเงิน 20,000 บาท โจทก์ไม่อาจเรียกร้องเอาเงินค่าใช้จ่ายอย่างอื่นนอกวงเงินที่จำเลยกำหนด แม้เพื่อใช้จ่ายในกิจการดังกล่าวโจทก์ ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าจ้างทนายความจำนวน61,548.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้ส่งเงินค่าทนายความแก่โจทก์20,000 บาท ตามที่ตกลงจ้างไว้ แต่จำเลยไม่เคยได้รับบริการใด ๆจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยตกลงจ้างโจทก์ในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากภรรยาจำเลยในประเทศไทยว่า จำเลยจะถูกฟ้องข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานหรือไม่ และขอคำแนะนำทางด้านกฎหมาย ถ้าจำเป็นก็ให้ตั้งทนายความสู้คดี โดยกำหนดจำนวนเงิน 20,000 บาท เป็นค่าจ้างเหมาในกิจการดังกล่าว การที่โจทก์สืบสวนข้อเท็จจริงให้คำปรึกษาและแนะนำแก่จำเลย เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าคู่กรณีต่างตกลงคิดค่าจ้างกันเป็นรายชั่วโมงหรือโจทก์แจ้งจำเลยขอคิดค่าจ้างนอกเหนือจากเงินจำนวน 20,000 บาทเป็นพิเศษ ต้องถือว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์กระทำการในวงเงิน 20,000 บาท โจทก์ไม่อาจเรียกร้องเอาเงินค่าใช้จ่ายอย่างอื่นนอกวงเงินที่จำเลยกำหนด แม้เพื่อใช้จ่ายในกิจการดังกล่าวโจทก์ ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าจ้างทนายความจำนวน61,548.83 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้ส่งเงินค่าทนายความแก่โจทก์20,000 บาท ตามที่ตกลงจ้างไว้ แต่จำเลยไม่เคยได้รับบริการใด ๆจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 12,295.03 บาทให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้จำเลยรับผิดเท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้1,200 บาทโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน มีนายโรจน์วิทย์ เปเรร่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

นายธเนศ เปเรร่า นายอัลเบิร์ต ไลแมนเป็นหุ้นส่วน แต่ละคนมีอำนาจทำการแทนโจทก์ได้ เมื่อเดือนสิงหาคม2524 จำเลยได้มีหนังสือจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถึงนายชำนัญ สุจริตกุล ซึ่งเคยเป็นเพื่อนบ้านกับจำเลยขณะที่จำเลยอยู่ในประเทศไทย ขอให้ช่วยแนะนำข้อกฎหมายเพราะจำเลยอาจถูกฟ้องกล่าวหาว่าให้สินบนเจ้าพนักงานตำรวจ ถ้ามีการฟ้องร้องจริงขอให้นายชำนัญช่วยหาทนายความซึ่งจะสามารถดำเนินการในเรื่องที่จำเลยถูกกล่าวหาว่าให้สินบนหรือข้อกล่าวหาอื่นใด โดยให้สอบถามข้อเท็จจริงทั้งมวลจากภรรยาจำเลยซึ่งอยู่ในประเทศไทย พร้อมทั้งแจ้งว่าถ้าจำเลยไม่มีลู่ทางจะต่อสู้คดีได้ ก็ขอให้แนะนำให้ภรรยาจำเลยเก็บรวบรวมทรัพย์สินและเดินทางไปพบจำเลยที่ทวีป

ยุโรปและจำเลยได้ส่งเงินจำนวน 20,000 บาท มาให้นายชำนัญเป็นค่าทนายความด้วย ปรากฏตามหนังสือของจำเลยเอกสารหมาย จ.1 และคำแปลเอกสารหมาย จ.2 นายชำนาญได้รับจดหมายพร้อมกับเงินของจำเลยไปให้สำนักงานของโจทก์ดำเนินการแทน จำเลยก็ทราบเรื่อง ต่อมาเดือนกันยายน 2524 จำเลยเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และไปที่สำนักงานโจทก์ ได้ขอร้องให้นายเดวิด ไลแมน ทนายความของสำนักงานโจทก์พาไปติดต่อกับเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่จำเลยถูกกล่าวหาหรือมิฉะนั้นให้ฟ้องร้อง แต่โจทก์แจ้งว่าไม่สมควรฟ้องและให้จำเลยหาทนายความใหม่และเรียกเก็บเงินค่าปรึกษากฎหมายจากจำเลย จำนวนเงิน 61,548.83 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีมีปัญหาว่าจำเลยได้ว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความ และต้องเสียค่าจ้างตามฟ้องหรือไม่

ได้ความจากนายโรจน์วิทย์ เปเรร่า หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ นายเดวิด ไลแมน ที่ปรึกษากฎหมายว่า เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2524 จำเลยโทรศัพท์จากประเทศฝรั่งเศสว่าจ้างโจทก์เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ให้คำปรึกษาและแนะนำข้อกฎหมายเนื่องจากจำเลยทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ออสเตรเลียว่า จำเลยอาจถูกฟ้องหรือกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือนายกอร์ดอน พาร์คชาวออสเตรเลีย ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดให้หลบหนีออกจากประเทศไทยโดยจำเลยเป็นคนให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยส่งเงินจำนวน20,000 บาท ให้โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 คำแปลหมาย จ.2 จำเลยซึ่งเคยจ้างโจทก์ในเรื่องอื่นมาก่อนก็ทราบดีว่าโจทก์คิดค่าบริการว่าความหรือให้คำปรึกษาทางกฎหมายเป็นรายชั่วโมง

ต่อมาโจทก์ได้ติดต่อสำนักงานกฎหมายประเทศออสเตรเลียโดยทางพิมพ์โดยความยินยอมของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 คำแปลหมาย จ.4 และทำหนังสือตอบรับตามเอกสารหมาย จ.11 ต่อมาประมาณเดือนกันยายน 2524 จำเลยเดินทางเข้ามาประเทศไทย โจทก์แจ้งผลการสอบสวนให้จำเลยทราบ และเรียกเก็บเงินค่าปรึกษากฎหมายตามใบเรียกเก็บเงินเอกสารหมาย จ.13 ถึงจ.15 หนังสือทวงถามเอกสารหมาย จ.16 ถึง จ.20 โจทก์มีนายชำนาญสุจริตกุล และนางวีรีรินทร์ เหตะกูล พนักงานโจทก์เบิกความสนับสนุน เห็นว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงถึงการที่จำเลยว่าจ้างให้โจทก์ในการจัดหาทนายความหรือให้คำปรึกษาทางกฎหมายและจำเลยทราบถึงการที่โจทก์คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงแต่อย่างใดนอกจากนายโรจน์วิทย์ และนายเดวิด

เบิกความรับว่า โจทก์ไม่เคยตั้งทนายความว่าความให้จำเลยในคดีที่ถูกฟ้องแล้ว นายชำนาญพนักงานโจทก์ยังเบิกความว่าเดิมจำเลยซึ่งรู้จักกันมาก่อน ติดต่อขอคำแนะนำทางด้านกฎหมายและส่งเช็คจำนวนเงิน 20,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 แต่นายชำนาญส่งเรื่องราวพร้อมเงินดังกล่าวให้โจทก์ซึ่งนายชำนัญเป็นพนักงานอยู่ด้วย ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารหมาย จ.1, จ.2 มีข้อความว่า "เช็คที่แนบมาด้วยนี้จำนวนเงิน 20,000 บาท สำหรับเป็นค่าทนาย ข้าพเจ้าประสงค์จะให้ท่านแต่งตั้งทนายความซึ่งจะสามารถดำเนินการในเรื่องที่ข้าพเจ้าถูกกล่าวหาในข้อหาที่ว่าให้สินบน กรุณาสอบถามข้อเท็จจริงทั้งมวลจากภรรยาของข้าพเจ้า ถ้าท่านพิจารณาเห็นว่าไม่มีลู่ทางที่จะต่อสู้คดีได้แล้ว

กรูณาแจ้งให้ภรรยาของข้าพเจ้าได้ทราบด้วย"ข้อความดังกล่าวแสดงว่าจำเลยประสงค์ให้นายชำนาญเป็นตัวแทนแต่งตั้งทนายความจำเลยในการให้คำปรึกษาแนะนำทางกฎหมายและสู้คดีโดยวิธีสอบถามข้อเท็จจริงทั้งมวลจากภรรยาจำเลยซึ่งอยู่ในประเทศไทยโดยกำหนดวงเงินค่าจ้างทนายความจำนวน 20,000 บาทแต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านายชำนาญแจ้งจำเลยให้จ้างโจทก์พร้อมกับมอบเงินดังกล่าวให้โจทก์ และเมื่อจำเลยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน 2524 จำเลยรับทราบการที่โจทก์เป็นผู้ดำเนินการต่อจากนายชำนัญ จำเลยไม่ทักท้วง จำเลยได้ปรึกษากับนายเดวิด ไลแมน ที่ปรึกษากฎหมายของโจทก์ และทนายความโจทก์คนอื่น ๆ ทั้งจำเลยก็นำสืบรับว่า จำเลยขอให้ทนายความสำนักงานของโจทก์พาจำเลยไปพบเพื่อสอบถาม

พลตำรวจโทเสน่ห์สิทธิพันธ์ แต่พลตำรวจโทเสน่ห์ไม่ยอมให้พบ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญากับโจทก์และขอเงิน 20,000 บาท คืน ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์ในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากภรรยาจำเลยในประเทศไทยว่าจำเลยจะถูกฟ้องข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานหรือไม่ และขอคำแนะนำทางด้านกฎหมาย ถ้าจำเป็นก็ให้ตั้งทนายความสู้คดี โดยกำหนดจำนวนเงิน 20,000 บาท เป็นค่าจ้างเหมาในกิจการดังกล่าว การที่โจทก์สืบสวนข้อเท็จจริง ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่จำเลย เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าคู่กรณีต่างตกลงคิดค่าจ้างกันเป็นรายชั่วโมงหรือโจทก์แจ้งจำเลยขอคิดค่าจ้างนอกเหนือจากเงินจำนวน 20,000 บาท เป็นพิเศษต้องถือว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์กระทำการที่ระบุในจดหมายเอกสารหมาย จ.1, จ.2 ในวงเงิน 20,000 บาทโจทก์ไม่อาจเรียกร้องเอาเงินค่าใช้จ่ายอย่างอื่นนอกวงเงินที่จำเลยกำหนด แม้เพื่อใช้จ่ายในกิจการดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7118/2561

โจทก์ร่างสัญญาว่าจ้างให้จำเลยลงลายมือชื่อและจำเลยขอแก้ไขรายละเอียดก่อน แต่จำเลยก็ให้โจทก์เข้าทำงานตามที่ตกลงกันแล้วโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการพูดถึงเงื่อนไขและข้อตกลงในสัญญาที่ยังตกลงในสัญญาที่ย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 3566/2567

สัญญาจ้างเหมาบริการผู้โดยสารในห้องรับรองพิเศษ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเอกสารประกอบวัตถุที่ประสงค์ของคู่สัญญาคำนึงถึงความพึงพอใจไม่เฉพาะของผู้ว่าจ้างเท่านั้น แต่รวมถึงความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มาใช้…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Supreme Court Judgment No. 11/2567

ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างตามสัญญาจ้างว่าความในชั้นบังคับคดีเป็นเรื่องการทำงานตามที่จ้างเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา แม้กำหนดค่าจ้างอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ได้รับในชั้นบังคับคดีก็มิใช่ข้อตกลงเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up