คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2054/2532นายสุจิณ เลาหวัฒนะโจทก์บริษัทแสงกมลคอร์ปอเรชั่น จำกัด กับพวกจำเลยนายสุจิณ เลาหวัฒนะ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 138, ม. 142 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 193, ม. 220ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357,59,83,84,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 87)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 89)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยนอกฟ้องนั้น เห็นว่า คดีข้อหาฐานรับของโจร ในคดีนี้ต้องปรากฏว่าจำเลยได้ซื้อทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฉะนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่านางสุคนธ์ได้ฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์โจทก์หรือไม่จึงเป็นประเด็นแห่งคดีการที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่านางสุคนธ์ขัมพานนท์ไม่ได้ฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์โจทก์จึงมิใช่การวินิจฉัยนอกฟ้องแต่อย่างใด ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาโจทก์ที่ว่าข้อเท็จจริงพอที่มีมูลความผิดแล้วก็ดี ที่โต้แย้งการใช้ดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานก็ดีและที่ว่าจำเลยที่ 1 ได้ที่ดินมาโดยไม่สุจริตก็ดี ล้วนแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง