Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59893)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 2.1,2.2และข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6, จ.8 ส่วนข้อ3.1,3.2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาจำเลยที่ 2ข้อ 4 ส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาในส่วนนี้จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกข้อ กล่าวคือในข้อ 3.1 และ 3.2 ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความหรือไม่นั้น แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่ปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2ย่อมยกขึ้นอ้างได้ สำหรับฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่ไม่รับนั้น ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4จำคุกกระทงละ 3 เดือน เช็คพิพาทหมาย จ.10 จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ส่วนเช็คพิพาทหมาย จ.6 และ จ.8 ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6 และ จ.8 ด้วย ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ3 เดือนเมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 18 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3.1 เป็นฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รับฎีกาข้อ 3.1 ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาสำหรับฎีกาข้อ 3.2 นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน2528 เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คครั้งแรกในวันดังกล่าวแต่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยในเดือนตุลาคม 2528 คดีจึงขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 2กล่าวอ้างไม่ ส่วนฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.2, จ.4และ จ.10 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3.2 และข้อ 4 ในส่วนนี้จึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2072/2532นายภูวดล วงษ์ยิ่งสินโจทก์บริษัทภัทรสาส์น จำกัด กับพวกจำเลยนายวีระศักดิ์ สุขะวิริยะ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 2.1,2.2และข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6, จ.8 ส่วนข้อ3.1,3.2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาจำเลยที่ 2ข้อ 4 ส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาในส่วนนี้จำเลยที่ 2 เห็นว่า

ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกข้อ กล่าวคือในข้อ 3.1 และ 3.2 ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความหรือไม่นั้น แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่ปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2ย่อมยกขึ้นอ้างได้ สำหรับฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่ไม่รับนั้น ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4จำคุกกระทงละ 3 เดือน เช็คพิพาทหมาย จ.10 จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ส่วนเช็คพิพาทหมาย จ.6 และ จ.8 ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทเอกสารหมาย

จ.6 และ จ.8 ด้วย ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ3 เดือนเมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 18 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3.1 เป็นฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รับฎีกาข้อ 3.1 ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาสำหรับฎีกาข้อ 3.2 นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน2528 เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คครั้งแรกในวันดังกล่าวแต่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยในเดือนตุลาคม 2528 คดีจึงขาดอายุความ

ฎีกาข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 2กล่าวอ้างไม่ ส่วนฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.2, จ.4และ จ.10 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3.2 และข้อ 4 ในส่วนนี้จึงชอบแล้ว

Matter details

Panel of judges
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · เธียร ยูงทอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up