Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59945)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูงทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,138,371,376 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองจำคุกคนละ 6 เดือน ฐานพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะฯ ปรับคนละ 1,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานยิงปืนโดยใช่เหตุปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 500 บาท รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 8 เดือน และปรับ 1,500 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด8 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือนและปรับ 750 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน และปรับ500 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคหนึ่ง,371 ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 53)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195ประกอบด้วยมาตรา 225 ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2179/2532พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายชูชาติ สาตรเวช กับพวกจำเลยนายชูชาติ สาตรเวช จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 195, ม. 224, ม. 225 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูงทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,138,371,376 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองจำคุกคนละ 6 เดือน ฐานพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะฯ ปรับคนละ 1,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานยิงปืนโดยใช่เหตุปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 500 บาท รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 8 เดือน และปรับ 1,500 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด8 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือนและปรับ 750 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน และปรับ500 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคหนึ่ง,371 ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 53)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195ประกอบด้วยมาตรา 225 ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6586/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ ถุงละ 20 เม็ด 8 ถุง 10 เม็ด 5 ถุง 8 เม็ด 1 ถุง 4 เม็ด 1 ถุง 1 เม็ด 1 ถุง และมีอีก 10 เม็ด รวม 223 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กร…

Supreme Court Judgment No. 8537/2553

นาย ก. สามีชอบด้วยกฎหมายของนาง ล. ผู้ตาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นาง ล. ถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ. มาตรา 291 นาง ล. จึงเป็นผู้เสียหายซึ่งถูกทำร้ายถึงตาย และโจทก์เป็นเพียงผู้จ…

Supreme Court Judgment No. 4324/2552

โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...จำเลยได้ใส่ความโจทก์ต่ออธิบดี...ด้วยเอกสารฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2545 มีข้อความว่า "...ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จความจริงโจทก์ไม่เคยแอบอ้างว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องก…

Supreme Court Judgment No. 4268/2552

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตา…

Supreme Court Judgment No. 5974/2552

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยหลังลดโทษแล้ว 6 เดือน เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่รอการลงโทษ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up