Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60008)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางสั่งอุทธรณ์ว่า เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงจะขอทุเลาการบังคับคดีไม่ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 49แผ่นที่ 2)คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 5,133.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 6 มิถุนายน 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 1,516.66 บาท กับค่าชดเชยจำนวน 21,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 18 พฤษภาคม 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 7,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 6 มิถุนายน 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 700 บาท กับค่าชดเชยจำนวน 21,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 2 มีนาคม 2532) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43,44)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยอุทธรณ์สรุปได้ว่า ตามข้อเท็จจริงและพยานเอกสารที่โจทก์จำเลยรับกันฟังได้ว่า โจทก์ปฏิบัติงานฝ่าฝืนระเบียบการทำงานของพนักงาน พ.ศ. 2530 ของจำเลยในกรณีร้ายแรงและจำเลยมีหนังสือตักเตือนแล้วซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย กับไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และตามระเบียบการทำงานของจำเลยดังกล่าวโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี อันเป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า โจทก์ที่ 1 ทำเอกสารสต๊อกยาผิดพลาดกับทำยอดในการ์ดบัญชีผิดพลาดหลายครั้ง ก็เป็นเพราะหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน หรือเพราะเกินความสามารถของโจทก์ที่ 1หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ที่ 1 ขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง มิใช่เป็นเรื่องฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) สำหรับโจทก์ที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยโดยเตรียมเช็คสั่งจ่ายให้แก่บริษัทจาร์ดีนชินด์เล่อร์ (ไทย) จำกัด เสร็จภายในวันที่จำเลยสั่งแล้ว โจทก์ที่ 2 หาได้ขัดหรือฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยแต่ประการใดไม่ และการที่โจทก์ที่ 2 ปฏิบัติงานในความรับผิดชอบบกพร่อง หาใช่เป็นเรื่องการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองตามฟ้องและจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสองและในเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องฟังว่าโจทก์ทั้งสองมีวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามฟ้อง และโจทก์ทั้งสองยังไม่ได้หยุดตามสิทธิ จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ทั้งสองจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2308 - 2309/2532นางนิภัสสรหรือนิภัสร โภชนพันธ์โจทก์บริษัท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท จำกัดจำเลยบริษัท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางสั่งอุทธรณ์ว่า เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงจะขอทุเลาการบังคับคดีไม่ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 49แผ่นที่ 2)คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 5,133.33 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 6 มิถุนายน 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 1,516.66 บาท กับค่าชดเชยจำนวน 21,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 18 พฤษภาคม 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 7,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 6 มิถุนายน 2532)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 700 บาท กับค่าชดเชยจำนวน 21,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 2 มีนาคม 2532) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43,44)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยอุทธรณ์สรุปได้ว่า ตามข้อเท็จจริงและพยานเอกสารที่โจทก์จำเลยรับกันฟังได้ว่า โจทก์ปฏิบัติงานฝ่าฝืนระเบียบการทำงานของพนักงาน พ.ศ. 2530 ของจำเลยในกรณีร้ายแรงและจำเลยมีหนังสือตักเตือนแล้วซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย กับไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และตามระเบียบการทำงานของจำเลยดังกล่าวโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี อันเป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า โจทก์ที่ 1 ทำเอกสารสต๊อกยาผิดพลาดกับทำยอดในการ์ดบัญชีผิดพลาดหลายครั้ง

ก็เป็นเพราะหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน หรือเพราะเกินความสามารถของโจทก์ที่ 1หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ที่ 1 ขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง มิใช่เป็นเรื่องฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) สำหรับโจทก์ที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยโดยเตรียมเช็คสั่งจ่ายให้แก่บริษัทจาร์ดีนชินด์เล่อร์ (ไทย) จำกัด เสร็จภายในวันที่จำเลยสั่งแล้ว โจทก์ที่ 2 หาได้ขัดหรือฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยแต่ประการใดไม่ และการที่โจทก์ที่ 2 ปฏิบัติงานในความรับผิดชอบบกพร่อง หาใช่เป็นเรื่องการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3)

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองตามฟ้องและจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสองและในเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องฟังว่าโจทก์ทั้งสองมีวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามฟ้อง และโจทก์ทั้งสองยังไม่ได้หยุดตามสิทธิ จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ทั้งสองจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ศักดา โมกขมรรคกุล · ปรีชา ธนานันท์ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up