Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60012)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสี่เห็นว่า โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอาศัยมูลเหตุจากการที่จำเลยปิดกั้นคันนาไม่ยอมให้โจทก์ชักน้ำผ่านที่นาของจำเลย โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายจึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยยอมเปิดคันนาของจำเลย ซึ่งเป็นคำขอบังคับจำเลยให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นคำขอประธาน ส่วนคำขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นคำขอต่อเนื่องจึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่เฉพาะปี พ.ศ. 2528 เป็นเงิน 31,000 บาทและปีต่อไปให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ปีละ 30,000 บาทจนกว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์ทั้งสี่เปิดคันนาของจำเลยให้น้ำจากเหมืองยาวไหลสู่ที่นาของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 72)โจทก์ทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยยอมให้โจทก์ทั้งสี่เปิดคันนาของจำเลย ให้น้ำจากเหมืองยาวไหลสู่ที่นาของโจทก์ทั้งสี่นั้นเป็นประธาน การที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนมาด้วยเป็นเพียงส่วนประกอบ คดีของโจทก์ทั้งสี่จึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง จึงให้รับฎีกาโจทก์ทั้งสี่ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2313/2532นางเพี้ยม หาญณรงค์ กับพวกโจทก์นายพิม แผ่จิตจำเลยนายไพโรจน์ แกมนิล ทนายโจทก์ทั้งสี่ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสี่เห็นว่า โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอาศัยมูลเหตุจากการที่จำเลยปิดกั้นคันนาไม่ยอมให้โจทก์ชักน้ำผ่านที่นาของจำเลย โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายจึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยยอมเปิดคันนาของจำเลย ซึ่งเป็นคำขอบังคับจำเลยให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นคำขอประธาน ส่วนคำขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นคำขอต่อเนื่องจึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่เฉพาะปี พ.ศ. 2528 เป็นเงิน 31,000 บาทและปีต่อไปให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ปีละ 30,000 บาทจนกว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์ทั้งสี่เปิดคันนาของจำเลยให้น้ำจากเหมืองยาวไหลสู่ที่นาของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 72)โจทก์ทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยยอมให้โจทก์ทั้งสี่เปิดคันนาของจำเลย ให้น้ำจากเหมืองยาวไหลสู่ที่นาของโจทก์ทั้งสี่นั้นเป็นประธาน การที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนมาด้วยเป็นเพียงส่วนประกอบ คดีของโจทก์ทั้งสี่จึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง จึงให้รับฎีกาโจทก์ทั้งสี่ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up