Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60025)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ฉบับแรกลงวันที่ 20 กันยายน2532 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นการฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ส่งฎีกาให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า รวม และสั่งคำร้องว่ากรณีเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องดำเนินการเอง มิใช่ให้ศาลดำเนินการให้ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองแม้จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญมีผลโดยตรงในการพิพากษาคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ส่งฎีกาให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 71,76,75) จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78) คำสั่ง จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2532 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในวันเดียวกันนั้น จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้นแล้วจำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเข้ามาอีกฉบับหนึ่งในวันที่ 20ตุลาคม 2532 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรวม แสดงว่าศาลชั้นต้นไม่สั่งฎีกาของจำเลยทั้งสองอีกเพราะได้สั่งไม่รับฎีกาฉบับแรกไปแล้ว จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาโดยยื่นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2532 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับตั้งแต่วันฟังคำสั่งไม่รับฎีกาจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มาตรา 14 ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2327/2532พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นายสุชาติ บัวงาม กับพวกจำเลยนายสุชาติ บัวงาม ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายมนตรี บัวงาม ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 224ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ฉบับแรกลงวันที่ 20 กันยายน2532 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นการฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ส่งฎีกาให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า รวม และสั่งคำร้องว่ากรณีเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องดำเนินการเอง มิใช่ให้ศาลดำเนินการให้ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองแม้จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงแต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญมีผลโดยตรงในการพิพากษาคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ส่งฎีกาให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 71,76,75) จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2532 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในวันเดียวกันนั้น จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้นแล้ว

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเข้ามาอีกฉบับหนึ่งในวันที่ 20ตุลาคม 2532 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรวม แสดงว่าศาลชั้นต้นไม่สั่งฎีกาของจำเลยทั้งสองอีกเพราะได้สั่งไม่รับฎีกาฉบับแรกไปแล้ว

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาโดยยื่นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2532 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับตั้งแต่วันฟังคำสั่งไม่รับฎีกาจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มาตรา 14 ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment No. 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

Supreme Court Judgment No. 13649/2557

ขณะที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา เพื่อขอให้ส่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปให้อัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นยังไม่อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แต่เมื่อศาลชั้น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up