Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 60062)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาลงโทษหนักซึ่งเป็นการฎีกาในเรื่องดุลพินิจในการลงโทษ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ครบทุกประเด็น โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหรือขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงมิใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 95)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของจำเลยเกิดจากโจทก์กล่าวคำหยาบด่าว่าจำเลยเกิดจากจำเลยบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำผิดโดยไม่มีนิสัยชั่วได้พยายามบรรเทาผลร้ายแต่โจทก์ไม่ยอมรับหรือไม่ การรับสารภาพของจำเลยเป็นการรับสารภาพตามกฎหมายและมีเหตุตามกฎหมายที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วนั้น ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวแล้วไปในตัว ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา และที่โจทก์อ้างว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าศาลล่างวินิจฉัยคดีโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนประการใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2375/2532นางเพ็ญทิพย์ จันทร์โภชาโจทก์นายวิเชียร ลีระเติมพงษ์จำเลยนางเพ็ญทิพย์ จันทร์โภชา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาลงโทษหนักซึ่งเป็นการฎีกาในเรื่องดุลพินิจในการลงโทษ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ครบทุกประเด็น โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหรือขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงมิใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 95)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของจำเลยเกิดจากโจทก์กล่าวคำหยาบด่าว่าจำเลยเกิดจากจำเลยบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำผิดโดยไม่มีนิสัยชั่วได้พยายามบรรเทาผลร้ายแต่โจทก์ไม่ยอมรับหรือไม่ การรับสารภาพของจำเลยเป็นการรับสารภาพตามกฎหมายและมีเหตุตามกฎหมายที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วนั้น ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวแล้วไปในตัว ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา และที่โจทก์อ้างว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าศาลล่างวินิจฉัยคดีโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนประการใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up