เนื้อความคำพิพากษา
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2390/2532นายชำนาญ เสริบุตรโจทก์นายรอบโลก มุ่งดี กับพวกจำเลยนายชำนาญ เสริบุตร โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 143ความว่า คดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี โดยพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 390,935บาท แก่โจทก์ แต่ศาลฎีกาไม่ได้กำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 209) ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นได้ประกาศหน้าศาลให้ทราบแทนการส่งสำเนาคำร้อง แต่จำเลยที่ 1 มิได้แถลงคัดค้านภายในกำหนด(อันดับ 208,210)โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 391,955 บาท
จำเลยที่ 4ร่วมรับผิดชดใช้ในวงเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 391,955 บาท และต้นเงิน25,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 390,935 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 203)คำสั่งคดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 390,935 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แปลความได้ว่า
ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 รับผิดในจำนวนเงินดังกล่าวร่วมกับจำเลยที่ 4 ซึ่งจะต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อยู่แล้วในวงเงิน 25,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดังนั้นการที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 4จึงมีความหมายว่า ให้ร่วมกันรับผิดตามจำนวนเงินที่กำหนดพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จด้วยตามที่จำเลยที่ 4 จะต้องรับผิดอยู่แล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์