Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 601455)

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกพิพาทตามฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงราย ศาลจังหวัดเชียงรายตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งรับฟ้อง แสดงว่าทั้งโจทก์และศาลจังหวัดเชียงรายต่างเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงราย เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ และผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดขอเข้ามาในคดี จำเลยทั้งสองและผู้ร้องสอดไม่ได้ให้การหรือยื่นคำร้องโต้แย้งเรื่องอำนาจศาล ต่อมาเมื่อศาลจังหวัดเชียงรายดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ทั้งสามและพยานจำเลยทั้งสองจนเสร็จการพิจารณา ทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสามต่างไม่โต้แย้งคัดค้านเรื่องอำนาจศาลแต่อย่างใด แสดงว่าโจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสามยอมรับการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวและยอมรับอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงรายแล้ว กรณีจึงไม่มีปัญหาว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ ประกอบกับการที่ศาลจังหวัดเชียงรายรับคำฟ้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนเสร็จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจังหวัดเชียงรายจะยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้าง และส่งสำนวนมาให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 จึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาตามที่ศาลจังหวัดเชียงรายเสนอมาให้วินิจฉัย และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดเชียงรายเพื่อพิพากษาคดีนี้ต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 Section 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ห. เจ้ามรดกกับจำเลยที่ 2 ซึ่งสมรสกันเมื่อปี 2521 ก่อนสมรสนาย ห. เคยมีภริยามาก่อนชื่อนาง ซ. มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือจำเลยที่ 1 กับน้องอีก 5 คน นาย ห. ถึงแก่ความตายวันที่ 18 สิงหาคม 2553

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกนาย ห. ร่วมกัน ภายหลังที่จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยทั้งสองนำทรัพย์มรดกของนาย ห. ได้แก่ หุ้นในบริษัท ห. บริษัท จ. บริษัท ค. บริษัท ช. บริษัท ส. และเงินในบัญชีธนาคารแบ่งปันแก่ทายาท โดยจำเลยทั้งสองและทายาททุกคนตกลงแบ่งให้แก่จำเลยที่ 2 ครึ่งหนึ่งก่อนในฐานะเป็นสินสมรส ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง แบ่งให้แก่ทายาท 10 คน ได้คนละ 1 ส่วน การแบ่งเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 2554 แต่หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองไม่นำทรัพย์มรดกของนาย ห. ออกแบ่งให้แก่ทายาทอีก โดยแยกเป็นทรัพย์สินส่วนที่นาย ห. ได้มาภายหลังสมรสกับจำเลยที่ 2 ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 8 บัญชี พันธบัตร 2 ฉบับ

หุ้นในบริษัทต่าง ๆ 5 บริษัท ที่ดิน 92 แปลง และทรัพย์สินอื่น ๆ อีก 8 รายการ ตามฟ้อง โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง 1 ใน 20 ส่วน และทรัพย์สินส่วนที่นาย ห. ได้มาก่อนสมรสกับจำเลยที่ 2 ได้แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 1216 ตำบลเวียง อำเภอเชียงราย จังหวัดเชียงราย และที่ดินโฉนดเลขที่ 5385 ตำบลสันทราย อำเภอเชียงราย จังหวัดเชียงราย ทายาททั้ง 10 คน ทำบันทึกตกลงกันแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ครึ่งหนึ่งก่อน ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งตกลงแบ่งให้ทายาท 10 คน คนละ 1 ใน 20 ส่วนตามบันทึกการจัดการมรดกและรับโอนที่ดินมรดก แต่จำเลยทั้งสองละเลยไม่นำทรัพย์มรดกออกแบ่งแก่โจทก์ทั้งสาม ขอให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกแก่โจทก์ทั้งสามตามส่วนท้ายคำขอท้ายฟ้อง

หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า บันทึกการจัดการมรดกและรับหุ้นของบริษัท บันทึกการจัดการมรดกและรับเงินมรดก และบันทึกการจัดการมรดกและรับโอนมรดกเป็นโมฆะ เนื่องจากจำเลยที่ 1 และน้อง 5 คน สำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมว่า ทรัพย์สินที่มีชื่อนาย ห. เป็นกองมรดกของนาย ห. ทั้งหมดต้องแบ่งแก่จำเลยที่ 2 ในฐานะคู่สมรสครึ่งหนึ่งก่อน ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งตกแก่ทายาท 10 คน คนละส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะทรัพย์สินที่มีชื่อนาย ห. ทั้งหมด รวมทั้งที่นาย ห. ได้ใส่ชื่อร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือใส่แต่เพียงชื่อจำเลยที่ 2 นั้น เมื่อนาง ซ.

ถึงแก่ความตายและยังไม่ได้มีการแบ่งทรัพย์มรดก ทรัพย์มรดกทั้งหมดของนาง ซ. ที่ตกได้แก่นาย ห. จำเลยที่ 1 และน้อง 5 คน ย่อมรวมอยู่กับทรัพย์สินในส่วนของนาย ห. ซึ่งนาย ห. ยังคงใช้เป็นทุนในการดำเนินกิจการในครอบครัวต่อไป ดังนั้น ทรัพย์ที่งอกเงยขึ้นจากการประกอบกิจการหลังจากที่นาง ซ. ถึงแก่ความตายจึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างนาย ห. กับบุตรนาง ซ. ทั้ง 6 คน ซึ่งจะต้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมระหว่างนาย ห. กับจำเลยที่ 1 และน้อง 5 คน ออกเป็น 6 ส่วนใน 14 ส่วนเสียก่อน ส่วนที่เหลืออีก 8 ส่วนใน 14 ส่วน จึงจะเป็นกองมรดกของนาย ห. กองมรดกของนาย ห. ดังกล่าวกึ่งหนึ่งเป็นสินสมรสระหว่างนาย ห. กับจำเลยที่ 2 ส่วนอีกกึ่งหนึ่งเป็นมรดกแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมทั้ง 10 คน

ดังนั้น การแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามไปบางส่วนตามฟ้องจึงเป็นการแบ่งที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เป็นโมฆะซึ่งทายาททุกคนที่ได้รับทรัพย์มรดกไปต้องคืนทรัพย์มรดกทั้งหมดและนำมาจัดแบ่งสรรกันใหม่ตามสัดส่วนที่ระบุในคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การแต่ระหว่างพิจารณาขอถอนคำให้การ ศาลอนุญาต ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) แต่ระหว่างสืบพยานโจทก์ ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดี

ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ในระหว่างนัดฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดเชียงราย เห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกพิพาทตามฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงราย

ศาลจังหวัดเชียงรายตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งรับฟ้อง แสดงว่าทั้งโจทก์และศาลจังหวัดเชียงรายต่างเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงราย เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ และผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดขอเข้ามาในคดี จำเลยทั้งสองและผู้ร้องสอดไม่ได้ให้การหรือยื่นคำร้องโต้แย้งเรื่องอำนาจศาล ต่อมาเมื่อศาลจังหวัดเชียงรายดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ทั้งสามและพยานจำเลยทั้งสองจนเสร็จการพิจารณา โจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสองต่างไม่โต้แย้งคัดค้านเรื่องอำนาจศาลแต่อย่างใด แสดงว่ายอมรับการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวและยอมรับอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงรายแล้ว กรณีจึงไม่มีปัญหาว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่

ประกอบกับการที่ศาลจังหวัดเชียงรายรับคำฟ้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนเสร็จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจังหวัดเชียงรายจะยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้าง และส่งสำนวนมาให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 จึงไม่รับวินิจฉัยปัญหาตามที่ศาลจังหวัดเชียงรายเสนอมาให้วินิจฉัย และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดเชียงรายเพื่อพิพากษาคดีนี้ต่อไป วินิจฉัย ณ วันที่ 14 เดือน กันยายน พุทธศักราช 2559 วีระพล ตั้งสุวรรณ (นายวีระพล ตั้งสุวรรณ) ประธานศาลฎีกา()

Matter details

Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1179/2561

การวินิจฉัยปัญหาว่า คดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง (เดิม) แล…

Supreme Court Judgment No. 7641/2560

โจทก์ยื่นฟ้องก่อนวันที่ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ใช้บังคับ (วันที่ 14 ธันวาคม 2558) และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาก่อนวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์คดีชำน…

Supreme Court Judgment No. 3376/2559

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าบันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎห…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 598469)

เมื่อความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26, 87 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับต่ำกว่าความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 2…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 591707)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรม คือความผิดฐานชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 78 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up