Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6034/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นผู้ผลิตและระบุองค์ประกอบรวมทั้งแสดงข้อบ่งใช้ไว้ในฉลากย่อมต้องมีภาระที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ายาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 มีส่วนประกอบตามที่ระบุไว้จริง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีภาระการพิสูจน์จึงไม่ถูกต้อง และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขและวินิจฉัยไปตามภาระการพิสูจน์ที่ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์มีภาระการพิสูจน์ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ย่าฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 มีสารกลูตารัลดีไฮด์เป็นองค์ประกอบอยู่ 12.5 เปอร์เซนต์ ตามที่ระบุไว้ในฉลากจึงต้องถือว่าโจทก์ส่งมอบสินค้าที่ซื้อไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของสัญญา โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และเมื่อสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะไม่ชำระราคาได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 369

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,387,747.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,336,788.75 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินตามฟ้องแย้ง 3,497,090.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,405,424.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,387,747.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 1,336,788.75 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 10,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยประกอบกิจการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ จำเลยซื้อยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 และยาปฏิชีวนะโคไลม็อกเพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคและป้องกันโรคที่เกิดแก่ไก่จากโจทก์หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้ชำระราคาค่าสินค้าที่สั่งซื้อให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าสินค้าดังกล่าว จำเลยไม่ชำระโดยอ้างว่า หลังจากซื้อยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 จากโจทก์ไปใช้ ไก่ที่เลี้ยงมีอัตราการตายสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ต่อมาบริษัทในเครือของจำเลยได้ส่งยาฆ่าเชื้อดังกล่าวไปให้กองวัตถุมีพิษการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ตรวจวิเคราะห์หาสารกลูตารัลดีไฮด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคว่ามีอยู่ในส่วนผสมของยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 ตามที่โจทก์ระบุไว้ในฉลากหรือไม่

ผลการตรวจวิเคราะห์ปรากฏว่าไม่พบสารกลูตารัลดีไฮด์อยู่ในส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อดังกล่าว จำเลยจึงไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นประการแรกมีว่า จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ฉลากของยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 ระบุถึงส่วนประกอบของยาว่าประกอบด้วย สารกลูตารัลดีไฮด์ 12.5 เปอร์เซ็นต์ สารอัลคิล ไดเมทิลเบนซิล แอมโมเนียมคลอไรด์ 12.5 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันสน 2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นเป็นตัวทำลาย แสดงว่าสารกลูตารัลดีไฮด์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตยาอัล-ไบโอไซด์ 25 นอกจากนี้ในข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในฉลากก็ระบุว่า ยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 ประกอบด้วยยาฆ่าเชื้อ 2 ชนิดรวมกัน

การที่โจทก์เป็นผู้ผลิตและระบุองค์ประกอบรวมทั้งแสดงข้อบ่งใช้ไว้ในฉลากย่อมต้องมีภาระที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ายาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 มีส่วนประกอบตามที่ระบุไว้จริง การที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีภาระการพิสูจน์เป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงมีอำนาจแก้ไขและวินิจฉัยไปตามภาระการพิสูจน์ที่ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์มีภาระการพิสูจน์ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ยาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 มีสารกลูตารัลดีไฮด์เป็นองค์ประกอบอยู่ 12.5 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ระบุไว้ในฉลาก จึงต้องถือว่าโจทก์ส่งมอบสินค้าที่ซื้อไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของสัญญา โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และเมื่อสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน

จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะไม่ชำระราคาได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 การที่จำเลยไม่ชำระราคาค่ายาฆ่าเชื้ออัล-ไบโอไซด์ 25 ให้แก่โจทก์จึงไม่ถือว่าจำเลยผิดนัดอันโจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดในส่วนนี้ได้ ในส่วนค่าสินค้ารายการอื่นที่โจทก์ส่งมอบให้แก่จำเลยและจำเลยยังไม่ได้ชำระราคาให้นั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อจำเลย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าสินค้าตามบัญชีการสั่งซื้อสินค้า ส่งสินค้า และใบรับวางบิลรายการที่ 2, 4, 6, 7, 10, 12, 13 และ 14 จำนวนเงิน 1,021,424.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามตารางรายการคิดดอกเบี้ยของโจทก์เอกสารหมาย จ.13 จำนวน 37,531.28 บาท รวม 1,058,956.03 บาท ให้แก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน...

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับผิดชำระเงินจำนวน 1,058,956.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,021,424.75 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
พันวะสา บัวทอง · นวลน้อย ผลทวี · พิศล พิรุณ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายอนิรุทธิ์ อุทธังกร
ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์
Supreme Court black case no.
พ.2575/2551
Trial court black case no.
พ20007/2541
Trial court red case no.
พ4282/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

Supreme Court Judgment No. 514/2567

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การทำนองเดียวกันว่าหนี้เงินกู้เป็นการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันเพื่อใช้เป็นเงินทุนในกิจการของจำเลยที่ 1 ปัจจุบันมีการชำระหนี้แล้ว แล…

Supreme Court Judgment No. 4656/2567

โจทก์และจำเลยตกลงอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาด้วยใจสมัคร แม้จะไม่มีการสู่ขอ ไม่มีสินสอดทองหมั้น ไม่ได้จัดพิธีแต่งงานกันตามประเพณี และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ในทางทรัพย์ส…

Supreme Court Judgment No. 2451/2567

หนังสือสัญญาจำนองที่ดินมีข้อความว่า ถือสัญญาจำนองนี้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินด้วยและผู้จำนองได้รับเงินเป็นการเสร็จแล้ว แม้การกู้ยืมเงินเข้าลักษณะเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองที่ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up