คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของนางสาวหรั่งกุลซึ่งถูกนางสมคิดและนายวิรัตน์ลักพาตัวไปนางสมคิดคัดค้านว่าไม่ทราบประกาศนัดไต่สวนของศาล ขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้คัดค้านจะขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ร้องอาจยื่นคำร้องได้แต่ฝ่ายเดียว เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของนางหรั่งกุล แต้สุจิศาลชั้นต้นจึงให้ลงโฆษณาประกาศวันนัดไต่สวนคำร้องพร้อมใจความของคำร้องทางหนังสือพิมพ์รายวัน 1 ฉบับ เป็นเวลา 15 วันก็เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบโดยทั่วไปเท่านั้นแต่เนื่องจากในคำร้องมีชื่อผู้คัดค้านและนายวิรัตน์ แต้สุจิ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจึงได้ระบุชื่อผู้คัดค้านและนายวิรัตน์ แต้สุจิ เป็นพิเศษเท่านั้น หากผู้คัดค้านและนายวิรัตน์ แต้สุจิ หรือผู้เกี่ยวข้องผู้หนึ่งผู้ใดจะคัดค้านประการใดก็ให้ทำคำคัดค้านยื่นต่อศาลตามวันเวลาที่กำหนดนัด
ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของการไต่สวนคำร้องว่ามีความจำเป็นต้องตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 6 หรือไม่ และผู้ร้องหรือผู้หนึ่งผู้ใดมีความเหมาะสมที่ศาลจะตั้งให้เป็นผู้แทนเฉพาะคดีหรือไม่เพียงใดโดยคำนึงถึงประโยชน์เฉพาะตัวของนางสาวหรั่งกุล แต้สุจิ เท่านั้น การประกาศดังกล่าวไม่ได้เจาะจงให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดี จึงไม่จำต้องส่งสำนวนคำร้องและกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องให้ผู้คัดค้านทราบเป็นการเฉพาะตัวแต่อย่างใด เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีแล้วผู้คัดค้านจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ของ ผู้คัดค้านและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
Result
พิพากษายืน