Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 605/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีหมายเลขแดงที่ 2572/2550 ของศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นผู้ร้องในคดีดังกล่าว แต่เมื่อคดีดังกล่าวศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะจำเลยที่ 1 ทิ้งคำร้องขอ จึงย่อมมีผลเป็นการลบล้างผลแห่งการยื่นคำร้องขอ รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาภายหลังการยื่นคำร้องขอนั้น ทำให้จำเลยที่ 1 กลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนมิได้มีการยื่นคำร้องขอเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 คดีดังกล่าวยังมิได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 หาได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุดไว้เฉพาะตามมาตรา 33 วรรคสอง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตามมติของเจ้าของร่วมเท่านั้น แต่นิติบุคคลอาคารชุดยังมีอำนาจตามมาตรา 39 ซึ่งบัญญัติว่า "นิติบุคคลอาคารชุดอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก... เพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้" เมื่อเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด เป็นเจ้าของร่วมในที่ดินอันเป็นที่ตั้งอาคารชุด ทั้งนี้ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ดังนั้น หากเจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องบังคับภาระจำยอมเอาจากที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ย่อมมีอำนาจใช้สิทธินั้นได้ตามบทบัญญัติมาตรา 39 ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องแย้ง การเป็นตัวแทนของจำเลยทั้งสองเป็นผลของกฎหมาย กล่าวคือจำเลยที่ 1 มีอำนาจตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 39 ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 36 (3) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่จำต้องตั้งตัวแทนตามบทกฎหมายในเรื่องนิติกรรมสัญญาอีก จำเลยทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องแย้ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนขนย้ายสนามเทนนิส ส่วนหย่อมพื้นคอนกรีต และรั้วตาข่ายเหล็ก รวมทั้งทรัพย์สินทั้งปวงของจำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 ตำบลดินแดง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอดินแดง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินออกไปและส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งขอให้มีคำพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 ตำบลดินแดง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอดินแดง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ตกเป็นภาระจำยอมเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นสนามเทนนิส สวนหย่อม ทางเดินเพื่อสัญจร ที่ตั้งรั้วเหล็กล้อมรอบอาคารชุดเพื่อความปลอดภัย ทางระบายน้ำ ทางเดินกระแสไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ทั้งแปลงแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 29677 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร และขอให้บังคับโจทก์ดำเนินการจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 ตำบลดินแดง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอดินแดง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 29677 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ในอันที่จะใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นถนน สนามเทนนิส สวนหย่อม และเป็นที่ตั้งของรั้วตาข่ายเหล็ก หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้งให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังว่า เดิมบริษัทศรีวราแมนชั่น จำกัด เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 29677 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน 24.2 ตารางวา และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 ตำบลดินแดง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอดินแดง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 19 ตารางวา โดยที่ดินทั้งสองแปลงมีอาณาเขตติดกัน บริษัทศรีวราแมนชั่น จำกัด ได้ก่อสร้างอาคารชุดบนที่ดินโฉนดเลขที่ 29677 และก่อสร้างสนามเทนนิสพร้อมรั้วตาข่ายเหล็กและสวนหย่อมบนที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 บางส่วนและบางส่วนบนที่ดินแปลงอื่นในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ก่อสร้างอาคารชุด

ต่อมาบริษัทศรีวราแมนชั่น จำกัด ได้ประกาศขายห้องชุดในอาคารชุดแก่บุคคลทั่วไปและได้จดทะเบียนอาคารชุดชื่อ ศรีวราแมนชั่น 1 โดยสนามเทนนิสพร้อมรั้วตาข่ายเหล็กและสวนหย่อมไม่ได้ถูกจดทะเบียนเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดด้วย ต่อมามีการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 โดยมีการเปลี่ยนผู้จัดการนิติบุคคลมาหลายครั้งจนกระทั่งจำเลยที่ 2 ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ 236/266 ในอาคารชุดศรีวราแมนชั่น 1 ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 บริษัทศรีวราแมนชั่น จำกัด ได้ขายแก่บริษัทปิ้งซ์ คอนสตรัคชั่น จำกัด แล้วมีการโอนต่อ ๆ กันมาหลายทอดจนกระทั่งวันที่ 10 กันยายน 2552 โจทก์ได้ซื้อจากธนาคารทหารไทย

จำกัด (มหาชน) ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 129398 และ 129400 ตำบลห้วยขวาง (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ซึ่งธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทนาทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ยื่นคำคัดค้าน ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ร้องในคดีดังกล่าวเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมเสียค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเนื่องจากจำเลยที่ 1 ทิ้งคำร้องขอ คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 2572/2550 ของศาลชั้นต้นที่ผูกรวมกับสำนวนคดีนี้

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 2572/2550 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 บัญญัติว่า "คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน" เห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีหมายเลขแดงที่ 2572/2550 ของศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นผู้ร้องในคดีดังกล่าว แต่เมื่อคดีดังกล่าวศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะจำเลยที่ 1 ทิ้งคำร้องขอ จึงย่อมมีผลเป็นการลบล้างผลแห่งการยื่นคำร้องขอรวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาภายหลังการยื่นคำร้องขอนั้น ทำให้จำเลยที่ 1 กลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนมิได้มีการยื่นคำร้องขอเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 คดีดังกล่าวจึงยังมิได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี เมื่อจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งเป็นคดีนี้จึงหาเป็นฟ้องซ้ำดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า จำเลยทั้งสองมีอำนาจฟ้องแย้งหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ผู้ที่จะมีสิทธิฟ้องเพื่อบังคับภาระจำยอมต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น จำเลยที่ 1 เป็นเพียงนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดศรีวราแมนชั่น ตามข้อบังคับและตามมติของเจ้าของร่วมเท่านั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินอันเป็นที่ตั้งอาคารชุดศรีวราแมนชั่น 1 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งบังคับภาระจำยอมเอาแก่ที่ดินของโจทก์ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 หาได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุดไว้เฉพาะตามมาตรา 33 วรรคสอง เกี่ยวกับนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางตามมติของเจ้าของร่วมดังที่โจทก์ฎีกาเท่านั้น แต่นิติบุคคลอาคารชุดยังมีอำนาจตามพระราชบัญญัติอาคารชุด

พ.ศ.2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติว่า "นิติบุคคลอาคารชุดอาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้" เมื่อเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดศรีวราแมนชั่น 1 เป็นเจ้าของร่วมในที่ดินอันเป็นที่ตั้งอาคารชุด ทั้งนี้ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น หากเจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องบังคับภาระจำยอมเอาจากที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ย่อมมีอำนาจใช้สิทธินั้นได้ตามบทบัญญัติมาตรา 39 ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องแย้ง สำหรับจำเลยที่ 2

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งในฐานะตัวแทนของเจ้าของร่วมในอาคารชุดศรีวราแมนชั่น 1 ทุกคนเท่านั้น จำเลยที่ 2 มิได้ให้การและฟ้องแย้งเป็นส่วนตัว แม้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการนิติบุคคลจำเลยที่ 1 ก็มีอำนาจเพียงกระทำการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 คือ จัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนหรือได้รับมติจากเจ้าของร่วมให้มีอำนาจฟ้องแย้ง จำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งนั้น สำหรับในข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 มีอำนาจเพียงกระทำการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 นั้น ได้วินิจฉัยถึงอำนาจของจำเลยที่ 1 ข้างต้นแล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำ ส่วนที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนหรือได้รับมติจากเจ้าของร่วมนั้น

เห็นว่า การเป็นตัวแทนของจำเลยทั้งสองเป็นโดยผลของกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยที่ 1 มีอำนาจตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 39 ดังที่ได้วินิจฉัยแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2 มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 36 (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวหาจำต้องแต่งตั้งตัวแทนตามบทกฎหมายในเรื่องนิติกรรมสัญญาอีกไม่ จำเลยทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องแย้ง ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

Result

พิพากษายืน กับให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งตามฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุริยา ปานแป้น
ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
Supreme Court black case no.
พ.2022/2557
Trial court black case no.
พ4154/2553
Trial court red case no.
พ3494/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3417/2566

ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 17 บัญญัติว่า การจัดการและการใช้ทรัพย์ส่วนกลางให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และตามข้อบังคับ มาตรา 33 วรรคสอง บัญญัติว่า นิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและด…

Supreme Court Judgment No. 5564/2562

เมื่อ ส. เป็นผู้แทนของจำเลยโดยเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจำเลย มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยเพื่อจัดการดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง โดย ส. มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ทั…

Supreme Court Judgment No. 7168/2561

โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดย่อมมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ตามมติของเจ้าของร่วมดังบัญญัติใน มาตรา 33 วรรคสอ…

Supreme Court Judgment No. 2369/2557

ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 4 วรรคสี่ บัญญัติว่า ทรัพย์ส่วนกลาง หมายความว่า ส่วนของอาคารชุดที่มิใช่ห้องชุด ที่ดินที่ตั้งอาคารชุด และที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกั…

Supreme Court Judgment No. 1872/2549

โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมี ส. เป็นผู้จัดการ ส. จึงมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้แทนของโจทก์ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 35 วรรคสอง ประกอบมาตรา 36 (3) หนังสือมอบอำนาจที่ ส. ลงลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up