Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6090/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า โจทก์ได้เสียค่าอากรแสตมป์ใบรับสำหรับรายรับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ไป แต่ต่อมาโจทก์ทราบว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ จึงมาฟ้องขอให้กรมสรรพากรจำเลยคืนเงินค่าอากรแสตมป์ คำฟ้องของโจทก์ดังนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนเงินค่าภาษีอากรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7(3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ ซึ่งตามมาตรา 9 และ ป.รัษฎากร มาตรา 122การขอคืนอากรไม่ว่าเป็นกรณีที่เสียไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินไปกว่าอัตราที่กำหนด ถ้าจะขอคืนต้องเป็นกรณีที่ค่าอากรที่จะขอคืนนั้นไม่น้อยกว่า 2 บาท และการขอคืนต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 6 เดือน นับแต่วันเสียอากรหรือค่าเพิ่มอากร เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดไว้ดังกล่าว จึงไม่อาจที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์บริการและได้จดทะเบียนการค้ากับจำเลย เมื่อโจทก์ได้จดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าแล้ว โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ใบรับสำหรับรายรับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ในการจดทะเบียนซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่สมาชิกตั้งแต่วันที่24 กันยายน 2528 ถึงเดือนสิงหาคม 2532 จำเลยยังคงเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ใบรับสำหรับรายรับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจากโจทก์อีก รวมเป็นเงิน 591,510 บาท ต่อมาโจทก์ทราบว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ใบรับ

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 ป.รัษฎากร Section 122 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 Section 7 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 Section 9

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอคืนค่าอากรแสตมป์ใบรับจำนวนดังกล่าวจากจำเลย จำเลยได้พิจารณาและสั่งคืนค่าอากรแสตมป์ใบรับ 94,821 บาท ส่วนที่เหลือ 496,689 บาทจำเลยไม่คืนให้ ขอให้จำเลยคืนเงินค่าอากรแสตมป์ใบรับจำนวน496,689 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้สั่งคืนค่าอากรแสตมป์ใบรับ 94,821 บาทให้โจทก์แล้ว แต่ค่าอากรแสตมป์ใบรับ 496,689 บาทนั้น จำเลยไม่คืนให้เพราะขาดอายุความและโจทก์ไม่เคยนำใบเสร็จรับเงินค่าอากรแสตมป์เดือนตุลาคม 2528 ถึงเดือนธันวาคม 2528 และปี 2529ถึงปี 2531 ไปยื่นคำร้องขอคืนค่าอากรแสตมป์แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอคืนอากรแสตมป์ภายใน 6 เดือนนับแต่วันเสียอากรแสตมป์แต่กลับนำคดีมาฟ้อง

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนฟ้องคดีโจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอคืนอากรแสตมป์ใบรับตามจำนวนเงินค่าอากรดังที่กล่าวในฟ้อง ปัญหาวินิจฉัยคงมีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนค่าอากรแสตมป์ดังกล่าวหรือไม่ ได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วโจทก์อ้างในคำฟ้องว่า โจทก์ได้เสียค่าอากรแสตมป์ใบรับสำหรับรายรับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ไป แต่ต่อมาโจทก์ทราบว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ จึงมาฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าอากรแสตมป์ คำฟ้องของโจทก์ดังนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

พ.ศ. 2528 ซึ่งในมาตรา 9 บัญญัติว่า "คดีตามมาตรา 7(3) ในกรณีที่กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรบัญญัติให้ขอคืนค่าภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดไว้จะดำเนินการในศาลภาษีอากรได้ก็ต่อเมื่อได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาเช่นว่านั้น" และในเรื่องการขอคืนอากรนั้นประมวลรัษฎากร มาตรา 122 บัญญัติว่า "ผู้ใดได้เสียค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรเกินไปไม่น้อยกว่า 2 บาท สำหรับตราสารลักษณะเดียวหรือเรื่องเดียว ผู้นั้นชอบที่จะทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่ออธิบดีเห็นว่าเกินไปจริงก็ให้คืนค่าอากร หรือค่าเพิ่มอากรที่เกินไปนั้นแก่ผู้เสียอากรได้แต่คำร้องที่กล่าวนั้นต้องยื่นภายใน 6 เดือน

นับแต่วันเสียอากรหรือค่าเพิ่มอากร และต้องประกอบด้วยคำชี้แจ้งหรือเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีเห็นสมควรให้ยื่นสนับสนุนคำร้อง" ตามบทบัญญัติในมาตรานี้มีความให้เห็นเป็นการชัดเจนว่า การขอคืนอากรไม่ว่าเป็นกรณีที่เสียไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย หรือเกินไปกว่าอัตราที่กำหนด ถ้าจะขอคืนต้องเป็นกรณีที่ค่าอากรที่จะขอคืนนั้นไม่น้อยกว่า 2 บาท และการขอคืนต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 6 เดือน นับแต่วันเสียอากรหรือค่าเพิ่มอากร กรณีของโจทก์เป็นการขอคืนในกรณีที่โจทก์ไม่ต้องเสียอากร โจทก์ก็ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอคืนตามที่บัญญัติไว้ในบทมาตรานี้ เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่า โจทก์มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดไว้จึงไม่อาจที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1397/2559

โจทก์ทำสัญญาให้ผู้ซื้อชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและค่าภาษีในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นกรณีที่คู่สัญญาตกลงกันเป็นอย่างอื่น และค่าธรรมเนียมด…

Supreme Court Judgment No. 2166/2544

โจทก์ที่ 2 มิได้ร่วมลงทุนกับผู้อื่นซื้อที่ดิน เงินที่โจทก์ที่ 2ได้รับ 48,000,000 บาท เนื่องจากผู้ขายผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4…

Supreme Court Judgment No. 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

Supreme Court Judgment No. 5990/2552

คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงสภาพแห่งข้อหาว่า จำเลยออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 10) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.85/2542 โดยไม่มีอำนาจนำราคาขายยาสูบสูงสุดที่กำหนดโดยอธิบดีกรมสรรพสาม…

Supreme Court Judgment No. 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up