คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 919/2530พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์โจทก์นายแก้ว เพชรสะอาดเอี่ยม กับพวกจำเลยนายแก้ว เพชรสะอาดเอี่ยม จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานฉ้อโกงดังฟ้องโจทก์หรือไม่ ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ยกข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำอย่างไรเพื่อศาลจะได้นำไปวินิจฉัยข้อกฎหมาย
นอกจากนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดนั้นเป็นการคลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานในสำนวน หากในฎีกาจำเลยที่ 1ยกแต่ข้อกฎหมายศาลฎีกาก็จะไม่เห็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาไม่ถูกต้อง โปรดสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และมาตรา 343 จำคุก 4 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88) คำสั่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า มิได้กระทำผิดและโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง