Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61004)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา โดยเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นหมายนัดแจ้งว่าศาลมีคำสั่งให้โจทก์นำเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 82,050 บาทมาชำระต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันรับหมายนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าโจทก์ทิ้งฎีกาโจทก์เห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิให้โจทก์ได้เช่าช่วง 20 ปีตามสัญญา เป็นการขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญามิใช่เรียกร้องเอากรรมสิทธิ์ในทรัพย์มาเป็นของตน จึงเป็นคำขอที่ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามคำสั่งศาลชั้นต้น หากโจทก์จะต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกา ก็น่าจะเสียตามจำนวนทุนทรัพย์เช่นเดียวกับที่เสียในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ คือ 37,500 บาท จากทุนทรัพย์1,500,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้เสียไว้แล้ว 200 บาท ก็ให้เสียเพิ่มอีกเพียง 37,000 บาท โปรดมีคำสั่งแก้เป็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลชั้นต้นสั่งไว้ หรือมิฉะนั้นให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเพียง 37,000 บาท และเนื่องจากโจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจำนวน 82,050 บาทตามคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้วโปรดมีคำสั่งคืนส่วนที่เกินแก่โจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนทำลายนิติกรรมโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทตามแบบแผนการก่อสร้างของกรมธนารักษ์หมายเลขที่ 15,20,21 รวม 3 คูหา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3บังคับให้จำเลยทั้งสามส่งมอบอาคารพิพาทและโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาททั้งสามคูหาดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยเปลี่ยนให้โจทก์เป็นผู้เช่าอาคารดังกล่าวจากเทศบาลเมืองสมุทรปราการโดยตรงแทนจำเลยที่ 1 หากจำเลยทั้งสามขัดขืน ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามส่งมอบอาคารพิพาทและโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยเปลี่ยนให้โจทก์เป็นผู้เช่าอาคารดังกล่าวจากเทศบาลเมืองสมุทรปราการโดยตรงแทนจำเลยที่ 1ไม่ได้ ก็ให้จำเลยทั้งสามชดใช้ราคาเป็นเงิน 1,500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ชดใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์คิดเป็นเงินเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะได้ส่งมอบอาคารพิพาททั้งสามคูหาให้แก่โจทก์เข้าครอบครองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาต่อเทศบาลเมืองสมุทรปราการ ยินยอมให้โอนสิทธิ์การเช่าอาคารพิพาทตามฟ้องทั้ง 3 คูหาให้แก่โจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1 ได้ และให้จำเลยที่ 1 จัดการส่งมอบอาคารพิพาทตามฟ้องแก่โจทก์ หากเป็นการพ้นวิสัยไม่สามารถโอนสิทธิ์การเช่าได้ก็ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่การโอนสิทธิ์การเช่า ตกเป็นพ้นวิสัย จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นรายเดือนเป็นเงินเดือนละ3,000 บาทต่ออาคารพิพาท 1 คูหา นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ หรือนับถึงวันการโอนตกเป็นพ้นวิสัยแล้วแต่กรณี ถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดนัดไม่ชำระในเดือนใด ก็ให้คิดดอกเบี้ยแต่เดือนที่ผิดนัดนั้น ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินที่ผิดนัด จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์อีกด้วย คดีสำหรับจำเลยที่ 3ให้ยกฟ้อง คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่บังคับให้จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาต่อเทศบาลเมืองสมุทรปราการยินยอมให้โอนสิทธิการเช่าอาคารรายพิพาทตามฟ้องทั้งสามคูหาให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท (อันดับ 395)จำเลยที่ 3 ยื่นคำแก้ฎีกา พร้อมกับยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าคดีนี้พิพาทเกี่ยวกับสิทธิการเช่าอาคารห้องพิพาท ซึ่งโจทก์ได้เสียค่าทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่าเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาทโจทก์ฎีกาเกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวโจทก์จึงควรเสียค่าขึ้นศาลเพราะเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ขอให้สั่งให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลก่อน (อันดับ 402)ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ 3,290,000 บาท เป็นเงิน 82,250 บาท โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาแล้ว 200 บาทจึงให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่อีก82,050 บาท ฯลฯ (อันดับ 409)ศาลชั้นต้นหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ทนายโจทก์ (อันดับ 408)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 425)โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว(อันดับ 409)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว จึงให้รวมไว้สั่งในคำพิพากษา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1164/2530นางยุพิน พรมอารักษ์โจทก์บริษัทเค.เอส.ก่อสร้างอุดรธานี จำกัด กับพวกจำเลยนางยุพิน พรมอารักษ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 150ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นหมายนัดแจ้งว่าศาลมีคำสั่งให้โจทก์นำเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 82,050 บาทมาชำระต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันรับหมายนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าโจทก์ทิ้งฎีกาโจทก์เห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิให้โจทก์ได้เช่าช่วง 20 ปีตามสัญญา เป็นการขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญามิใช่เรียกร้องเอากรรมสิทธิ์ในทรัพย์มาเป็นของตน จึงเป็นคำขอที่ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามคำสั่งศาลชั้นต้น หากโจทก์จะต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกา ก็น่าจะเสียตามจำนวนทุนทรัพย์เช่นเดียวกับที่เสียในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ คือ 37,500 บาท จากทุนทรัพย์1,500,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้เสียไว้แล้ว 200 บาท

ก็ให้เสียเพิ่มอีกเพียง 37,000 บาท โปรดมีคำสั่งแก้เป็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลชั้นต้นสั่งไว้ หรือมิฉะนั้นให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเพียง 37,000 บาท และเนื่องจากโจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจำนวน 82,050 บาทตามคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้วโปรดมีคำสั่งคืนส่วนที่เกินแก่โจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนทำลายนิติกรรมโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทตามแบบแผนการก่อสร้างของกรมธนารักษ์หมายเลขที่ 15,20,21 รวม 3 คูหา ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3บังคับให้จำเลยทั้งสามส่งมอบอาคารพิพาทและโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาททั้งสามคูหาดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยเปลี่ยนให้โจทก์เป็นผู้เช่าอาคารดังกล่าวจากเทศบาลเมืองสมุทรปราการโดยตรงแทนจำเลยที่ 1 หากจำเลยทั้งสามขัดขืน

ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามส่งมอบอาคารพิพาทและโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยเปลี่ยนให้โจทก์เป็นผู้เช่าอาคารดังกล่าวจากเทศบาลเมืองสมุทรปราการโดยตรงแทนจำเลยที่ 1ไม่ได้ ก็ให้จำเลยทั้งสามชดใช้ราคาเป็นเงิน 1,500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ชดใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์คิดเป็นเงินเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะได้ส่งมอบอาคารพิพาททั้งสามคูหาให้แก่โจทก์เข้าครอบครองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาต่อเทศบาลเมืองสมุทรปราการ

ยินยอมให้โอนสิทธิ์การเช่าอาคารพิพาทตามฟ้องทั้ง 3 คูหาให้แก่โจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1 ได้ และให้จำเลยที่ 1 จัดการส่งมอบอาคารพิพาทตามฟ้องแก่โจทก์ หากเป็นการพ้นวิสัยไม่สามารถโอนสิทธิ์การเช่าได้ก็ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่การโอนสิทธิ์การเช่า ตกเป็นพ้นวิสัย จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นรายเดือนเป็นเงินเดือนละ3,000 บาทต่ออาคารพิพาท 1 คูหา นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ หรือนับถึงวันการโอนตกเป็นพ้นวิสัยแล้วแต่กรณี

ถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดนัดไม่ชำระในเดือนใด ก็ให้คิดดอกเบี้ยแต่เดือนที่ผิดนัดนั้น ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินที่ผิดนัด จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์อีกด้วย คดีสำหรับจำเลยที่ 3ให้ยกฟ้อง คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่บังคับให้จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาต่อเทศบาลเมืองสมุทรปราการยินยอมให้โอนสิทธิการเช่าอาคารรายพิพาทตามฟ้องทั้งสามคูหาให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท (อันดับ 395)จำเลยที่ 3 ยื่นคำแก้ฎีกา พร้อมกับยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าคดีนี้พิพาทเกี่ยวกับสิทธิการเช่าอาคารห้องพิพาท ซึ่งโจทก์ได้เสียค่าทำสัญญารับโอนสิทธิการเช่าเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาทโจทก์ฎีกาเกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวโจทก์จึงควรเสียค่าขึ้นศาลเพราะเป็นคดีมีทุนทรัพย์

ขอให้สั่งให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลก่อน (อันดับ 402)ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ 3,290,000 บาท เป็นเงิน 82,250 บาท โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาแล้ว 200 บาทจึงให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่อีก82,050 บาท ฯลฯ (อันดับ 409)ศาลชั้นต้นหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ทนายโจทก์ (อันดับ 408)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 425)โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว(อันดับ 409)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว จึงให้รวมไว้สั่งในคำพิพากษา

Matter details

Panel of judges
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

Supreme Court Judgment No. 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

Supreme Court Judgment No. 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 624889)

ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) ได้ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อยู่ในขอบ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2560 (ref. 616581)

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การดำเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่งและให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในการนี้ให้พนักงา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up