Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6114/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีมีประเด็นว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือทำร้ายผู้บังคับบัญชาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย เป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และโจทก์ทำร้าย ป.ผู้บังคับบัญชาของโจทก์เนื่องจากถูก ป.ตำหนิเกี่ยวกับการทำงาน จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็น แต่ที่วินิจฉัยต่อไปว่าการที่โจทก์ทำร้ายร่างกาย ป.ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1) ซึ่งจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และที่วินิจฉัยว่าพฤติการณ์น่าเชื่อว่าโจทก์มีเจตนาทำร้ายร่างกาย ป.ผู้บังคับบัญชานั้น ศาลแรงงานกลางก็ไม่ได้วินิจฉัยว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องนี้มีว่าอย่างไร และไม่ปรากฏว่าคู่ความได้อ้างส่งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา มีเหตุสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 ป.วิ.พ. Section 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยจำเลย ได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้ายแรง โดยทุจริตต่อหน้าที่ทำร้ายผู้บังคับบัญชา ชกต่อยผู้ร่วมงาน หยุดงานและมาทำงานสายบ่อย ๆ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่าการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทำร้ายนายประณตเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เพราะตามประเด็นข้อที่ ๑ ที่ศาลแรงงานกลางได้กำหนดไว้มีเพียงว่า "โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือทำร้ายผู้บังคับบัญชาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบ ด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่" เท่านั้น

พิเคราะห์แล้วในวันนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อที่ ๑ ว่า "โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือทำร้ายผู้บังคับบัญชาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบ ด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้างแรงหรือไม่" เห็นว่าเฉพาะที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และโจทก์ทำร้ายนายประณตผู้บังคับบัญชา ของโจทก์เนื่องจากถูกนายประณต ตำหนิเกี่ยวกับเรื่องการทำงานในเวลาทำงานและในบริเวณที่ทำงาน เป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่กำหนดไว้ หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์อีกประการหนึ่งว่าการกระทำของโจทก์ตามที่จำเลยให้การและนำสืบนั้นยังไม่ถือว่าเป็นกรณีร้ายแรงเพราะผู้บังคับบัญชาได้มัดมือของโจทก์ที่ทำการชกนั้นไม่ได้ การทำร้ายของโจทก์ยังไม่ถูกตัวผู้บังคับบัญชาการกระทำของโจทก์ดังกล่าวจึงยังไม่ถือว่ากรณีร้ายแรง โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าในปัญหานี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า พฤติการณ์ต่าง ๆ น่าเชื่อว่าโจทก์มีเจตนาทำร้ายร่างกายนายประณตผู้บังคับบัญชาของโจทก์ แต่ศาลแรงงานกลางก็ไม่ได้วินิจฉัยว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องนี้มีว่าอย่างไร คู่ความได้อ้างส่งต่อศาลหรือไม่ก็ปรากฏนอกจากนี้การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า ที่โจทก์ทำร้ายร่างกายนายประณตดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามประกาศกระทรวง มหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๑) ซึ่งจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เพราะศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อที่ ๑ เพียงว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือทำร้ายผู้บังคับบัญชาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่

หาได้กำหนดประเด็นว่า การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างไม่ จึงเป็นเรื่องที่ศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษามี เหตุผลสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในปัญหาดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · ศิลปชัย มัทธุรศ
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกรศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1695/2544

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยและมีคำสั่งว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง ป. เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ให้โจทก์รับ ป. กลับเข้าท…

Supreme Court Judgment No. 1043/2541

พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2537 เป็นต้นไป เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2538 ป.บุตรโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้จำเลยผู้เป็นนา…

Supreme Court Judgment No. 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

Supreme Court Judgment No. 447/2530

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่า จำเลยได้หักเงินสะสมไว้เป็นรายเดือนในระหว่างปฏิบัติงาน โจทก์ควรได้เงินสะสมดังกล่าวแต่จำเลยไม่จ่ายให้ แม้โจทก์มิได้ขอแก้ไขคำขอบังคับท้ายคำฟ้องให้รับกับคำฟ้องที่แก้ไขก็ตามแต่ต…

Supreme Court Judgment No. 4637/2567

ป.วิ.พ. มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up