Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61141)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาในข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ซึ่งประเด็นนี้จำเลยอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยฎีกาในข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกัน จำเลยต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย ฎีกาในข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า บันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.3ไม่ถูกต้องสมบูรณ์เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จำเลยลงชื่อโดยไม่อ่านให้ฟัง และหลอกลวงจำเลยว่าเป็นเรื่องถอนคำร้องทุกข์ซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธความสมบูรณ์ของเอกสาร แต่โจทก์ผู้กล่าวอ้างไม่นำสืบให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของเอกสาร ไม่นำผู้ทำเอกสารมายืนยันให้ได้ความตามที่โจทก์อ้าง เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่รับฟังไม่ได้ตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 เป็นฎีกาเกี่ยวกับการที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการบริษัท แต่โจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้างและเรื่องที่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า จำเลยไปเกี่ยวข้องกับเงินที่โจทก์มอบให้นายซาฟาอีรับไปอย่างไรซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ โจทก์ผู้กล่าวอ้างมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความชัด เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ข้ออ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ตามกฎหมายฎีกาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยสมควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้นซึ่งหากศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดตามฟ้องโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับพวกได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอี และจำเลยมีส่วนได้รับเงินดังกล่าว เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกง จำเลยก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และออกเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงได้ถอนคำร้องทุกข์นั้น เช็คพิพาทจึงมีมูลหนี้และจำเลยออกโดยมิได้ถูกบีบบังคับ จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอีจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อเป็นประกันและถูกบีบบังคับ และพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นนายหน้าจัดหางานมิใช่ผู้เสียหายนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1424/2530นายศรีจันทร์ โปทาโจทก์นายภักดี มะแอจำเลยนายภักดี มะแอ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า

จำเลยฎีกาในข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ซึ่งประเด็นนี้จำเลยอุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยฎีกาในข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกัน จำเลยต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย ฎีกาในข้อ 4เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า บันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.3ไม่ถูกต้องสมบูรณ์เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จำเลยลงชื่อโดยไม่อ่านให้ฟัง และหลอกลวงจำเลยว่าเป็นเรื่องถอนคำร้องทุกข์ซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธความสมบูรณ์ของเอกสาร แต่โจทก์ผู้กล่าวอ้างไม่นำสืบให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของเอกสาร ไม่นำผู้ทำเอกสารมายืนยันให้ได้ความตามที่โจทก์อ้าง

เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่รับฟังไม่ได้ตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 เป็นฎีกาเกี่ยวกับการที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการบริษัท แต่โจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้างและเรื่องที่โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า จำเลยไปเกี่ยวข้องกับเงินที่โจทก์มอบให้นายซาฟาอีรับไปอย่างไรซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ โจทก์ผู้กล่าวอ้างมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความชัด เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ข้ออ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ตามกฎหมายฎีกาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยสมควรได้รับการวินิจฉัยทั้งสิ้นซึ่งหากศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดตามฟ้องโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น

รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับพวกได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอี และจำเลยมีส่วนได้รับเงินดังกล่าว

เมื่อโจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกง จำเลยก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และออกเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์จึงได้ถอนคำร้องทุกข์นั้น เช็คพิพาทจึงมีมูลหนี้และจำเลยออกโดยมิได้ถูกบีบบังคับ จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้เสียเงินให้แก่นายซาฟาอีจำเลยไม่ได้รับเงิน จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อเป็นประกันและถูกบีบบังคับ และพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นนายหน้าจัดหางานมิใช่ผู้เสียหายนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

Supreme Court Judgment No. 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

Supreme Court Judgment No. 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

Supreme Court Judgment No. 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

Supreme Court Judgment No. 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up