Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61204)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลจังหวัดชัยภูมิที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งในเนื้อหาของอุทธรณ์จึงเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198,198 ทวิ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 5 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4,43,105,135 วรรคแรก,148, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตรชั่วคราวจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 9,000 บาท ความผิดฐานร่วมกันมีแร่ไว้ในครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม ปรับคนละ 30 บาท จำเลยที่ 8,จำเลยที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4,43,105,135,148, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,86 ความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5,8,12,43,44หลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ความผิดฐานร่วมกันสนับสนุนทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตรชั่วคราวจำคุกคนละ 8 เดือนปรับคนละ 6,000 บาท ความผิดฐานร่วมกันมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30 บาท ความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30,000 บาท ความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30,000 บาท จำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 7 จำคุกรวมคนละ 1 ปี ปรับคนละ 9,030 บาท จำเลยที่ 8และจำเลยที่ 9 จำคุกรวมคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 66,030 บาทคำเบิกความชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งเก้าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 คงจำคุกรวมคนละ 8 เดือนปรับคนละ 6,020 บาท จำเลยที่ 8 และจำเลยที่ 9 ให้จำคุกคนละ 5 เดือน10 วัน ปรับคนละ 44,020 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งเก้าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกเห็นสมควรรอไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ฯลฯนายสุชาติเพียรสถาพร ทนายจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 10 วัน นับแต่วันที่ 29มิถุนายน 2530 ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2530ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอ่านคำพิพากษาในวันที่ 15 มิถุนายน 2530ครบกำหนดอุทธรณ์ในวันที่ 30 มิถุนายน 2530 ทนายจำเลยที่ 4,5,6ยื่นคำร้องลงวันที่ 23 มิถุนายน 2530 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2530 เป็นต้นไปจำเลยที่ 4,5,6 จึงยื่นอุทธรณ์ในวันนี้ได้รับอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ 4,5,6 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนอกนั้นจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่าคดีนี้นายสุชาติเพียรสถาพร ทนายความมีความประสงค์ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เท่านั้น หาได้ประสงค์จะทำแทนจำเลยอื่นด้วยไม่ จึงมีผลเฉพาะจำเลยที่ขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ชอบแล้ว ยกคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 1)จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 เนื่องจากมิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดและมิได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1532/2530พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์นายเกน แสนรัตน์ กับพวกจำเลยนายเกน แสนรัตน์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายแพทย์ปทิว สุขวัจน์ ที่ 8ผู้ยื่นคำร้องนางไพจิตร สุขวัจน์ ที่ 9 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198 ทวิความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลจังหวัดชัยภูมิที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งในเนื้อหาของอุทธรณ์จึงเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198,198 ทวิ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 5 แผ่นที่ 2)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4,43,105,135 วรรคแรก,148, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตรชั่วคราวจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 9,000 บาท ความผิดฐานร่วมกันมีแร่ไว้ในครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม ปรับคนละ 30 บาท จำเลยที่ 8,จำเลยที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4,43,105,135,148, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,86 ความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5,8,12,43,44หลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ความผิดฐานร่วมกันสนับสนุนทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตรชั่วคราวจำคุกคนละ 8 เดือนปรับคนละ 6,000 บาท

ความผิดฐานร่วมกันมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30 บาท ความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30,000 บาท ความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 30,000 บาท จำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 7 จำคุกรวมคนละ 1 ปี ปรับคนละ 9,030 บาท จำเลยที่ 8และจำเลยที่ 9 จำคุกรวมคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 66,030 บาทคำเบิกความชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งเก้าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 คงจำคุกรวมคนละ 8 เดือนปรับคนละ 6,020 บาท จำเลยที่ 8 และจำเลยที่ 9 ให้จำคุกคนละ 5 เดือน10 วัน ปรับคนละ 44,020 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งเก้าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกเห็นสมควรรอไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ฯลฯนายสุชาติเพียรสถาพร ทนายจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 10 วัน นับแต่วันที่ 29มิถุนายน 2530

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2530ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอ่านคำพิพากษาในวันที่ 15 มิถุนายน 2530ครบกำหนดอุทธรณ์ในวันที่ 30 มิถุนายน 2530 ทนายจำเลยที่ 4,5,6ยื่นคำร้องลงวันที่ 23 มิถุนายน 2530 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2530 เป็นต้นไปจำเลยที่ 4,5,6 จึงยื่นอุทธรณ์ในวันนี้ได้รับอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ 4,5,6 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนอกนั้นจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่าคดีนี้นายสุชาติเพียรสถาพร ทนายความมีความประสงค์ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เท่านั้น หาได้ประสงค์จะทำแทนจำเลยอื่นด้วยไม่ จึงมีผลเฉพาะจำเลยที่ขอ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ชอบแล้ว ยกคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 1)จำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 เนื่องจากมิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดและมิได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5087/2568

แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 ปร…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 2483/2566

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ย่อมมีผลทำให้คดีเสร็จไปจากศาลชั้นต้นแล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณานับแต่โจทก์ถอนฟ้องและเพิกถอนคำสั่งจ…

Supreme Court Judgment No. 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

Supreme Court Judgment No. 3728/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up