Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61316)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา หากบังคับคดีแล้วจำเลยจะเสียหาย โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 70)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 2,600 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66,65)คำสั่งถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงิน 2,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เป็นเวลา 3 ปี และค่าเสียหายเดือนละ 200 บาทเป็นเวลา 3 ปี ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 28/2531นางส้มเช้า สินทองฯโจทก์นายสมนึก สุกท่าพูดจำเลยนายสมนึก สุกท่าพูด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา หากบังคับคดีแล้วจำเลยจะเสียหาย โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 70)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 2,600 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66,65)คำสั่งถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงิน 2,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เป็นเวลา 3 ปี และค่าเสียหายเดือนละ 200 บาทเป็นเวลา 3 ปี ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

Supreme Court Judgment No. 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

Supreme Court Judgment No. 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

Supreme Court Judgment No. 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

Supreme Court Judgment No. 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up