Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61414)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมา เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่โจทก์ต้องการ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า จำเลยคุมขังโจทก์เกินไปหนึ่งวันอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310,91 และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลมีอำนาจวินิจฉัยได้ ทั้งนี้โจทก์ได้ใช้สิทธิกล่าวอ้างมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310 วรรคแรก,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 116)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 119)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่สมัครใจให้จำเลยควบคุมตัวโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ที่จำเลยควบคุมโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยก็เพราะโจทก์สมัครใจ ดังนี้ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควบคุมโจทก์เกินไป 1 วัน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่ว่ากันมาในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายในปัญหาที่ว่า การที่จำเลยจับโจทก์มาแล้วไม่ควบคุมโจทก์ไว้ที่สถานีตำรวจ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่นั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยมิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยไม่มีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 159/2531นายกฤษ พ่วงพงษ์โจทก์ร้อยตำรวจเอกสมพงษ์ สินรัมย์จำเลยนายกฤษ พ่วงพงษ์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมา เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่โจทก์ต้องการ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า จำเลยคุมขังโจทก์เกินไปหนึ่งวันอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310,91 และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลมีอำนาจวินิจฉัยได้ ทั้งนี้โจทก์ได้ใช้สิทธิกล่าวอ้างมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์

ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310 วรรคแรก,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 116)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 119)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่สมัครใจให้จำเลยควบคุมตัวโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ที่จำเลยควบคุมโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยก็เพราะโจทก์สมัครใจ ดังนี้ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควบคุมโจทก์เกินไป 1 วัน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่ว่ากันมาในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายในปัญหาที่ว่า การที่จำเลยจับโจทก์มาแล้วไม่ควบคุมโจทก์ไว้ที่สถานีตำรวจ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่นั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยมิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยไม่มีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 835/2534

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์เป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ร่วมได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2526 (ref. 62319)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุว่าจำเลยไม่มีเจตนาเอาความเท็จมาฟ้องโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186เพราะมิได้วินิจฉ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2526 (ref. 62516)

ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารของธนาคารโจทก์เพื่อแสดงผลความรับผิดชอบว่าใครเป็นหนี้ใครเท่าใดเป็นเรื่องจำเลยแสวงหาหลักฐานเพื่อสู้คดี มิใช่เป็นการเสนอข้อหาต่อศาล ไม่ถือว่าเป็นฟ้องแย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2525 (ref. 64218)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ออกหมายค้น จำเลยที่ 2 ทำการค้นบ้านโจทก์ตามหมายค้นโดยไม่มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยมิชอบอันเป็น…

Supreme Court Judgment, B.E. 2524 (ref. 63898)

คดีอาญาที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าคดีไม่มีมูลให้ยกฟ้องนั้น เป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 ประกอบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up