คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 159/2531นายกฤษ พ่วงพงษ์โจทก์ร้อยตำรวจเอกสมพงษ์ สินรัมย์จำเลยนายกฤษ พ่วงพงษ์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 220ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมา เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่โจทก์ต้องการ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า จำเลยคุมขังโจทก์เกินไปหนึ่งวันอันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310,91 และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลมีอำนาจวินิจฉัยได้ ทั้งนี้โจทก์ได้ใช้สิทธิกล่าวอ้างมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,310 วรรคแรก,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 116)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 119)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่สมัครใจให้จำเลยควบคุมตัวโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ที่จำเลยควบคุมโจทก์ไว้ที่บ้านจำเลยก็เพราะโจทก์สมัครใจ ดังนี้ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควบคุมโจทก์เกินไป 1 วัน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่ว่ากันมาในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายในปัญหาที่ว่า การที่จำเลยจับโจทก์มาแล้วไม่ควบคุมโจทก์ไว้ที่สถานีตำรวจ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่นั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยมิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยไม่มีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง