Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61423)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับต่อมาจำเลยยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายแก้วอินทะจักร์กับนายลักขนาพรมลือ ผู้เสียหายเบิกความว่าจำปลัดอำเภอที่ไปติดต่อไม่ได้นั้น เป็นการบิดเบือนความจริงไม่ถูกต้อง เมื่อพยานโจทก์เบิกความว่าจำไม่ได้ คดีย่อมรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ชอบที่ศาลจะปฏิเสธไม่รับฟังพยานทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ส่วนฎีกาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530จำเลยได้ฎีกาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149โดยชัดแจ้ง เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 225)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปีและตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 14 ปี ฯลฯจำเลยฎีกาฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และ 17 ธันวาคม2530ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 215,221)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 225)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยสามกระทง กระทงละไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฉบับล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาทั้งสองฉบับชอบแล้วยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 168/2531พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์นายคมสันต์ ขันธจำนงค์จำเลยนายคมสันต์ ขันธจำนงค์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับต่อมาจำเลยยื่นฎีกาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

นายแก้วอินทะจักร์กับนายลักขนาพรมลือ ผู้เสียหายเบิกความว่าจำปลัดอำเภอที่ไปติดต่อไม่ได้นั้น เป็นการบิดเบือนความจริงไม่ถูกต้อง เมื่อพยานโจทก์เบิกความว่าจำไม่ได้ คดีย่อมรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ชอบที่ศาลจะปฏิเสธไม่รับฟังพยานทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ส่วนฎีกาฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530จำเลยได้ฎีกาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149โดยชัดแจ้ง เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 225)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปีและตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 14 ปี ฯลฯจำเลยฎีกาฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และ 17 ธันวาคม2530ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 215,221)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 225)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยสามกระทง กระทงละไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฉบับล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาทั้งสองฉบับชอบแล้วยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up