Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61484)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว รับฟังว่าจำเลยทั้งสองเคยเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหารบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด และปัจจุบันจำเลยทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันในบริษัทดูเพล็กคอร์โปเรชั่น จำกัด ร้อยละ 60นอกจากนั้นจำเลยที่ 1 ยังมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถว4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวนพลู ตามเอกสารหมาย ล.1 และมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร 9ม.-3109 ตามเอกสารหมาย จ.ร.2 ส่วนภริยาจำเลยที่ 1 ทำงานบริษัทฯ มีเงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาทเศษส่วนจำเลยที่ 2 และภริยาต่างทำงานมีรายได้เป็นเงินเดือนประจำโดยจำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้ากรรมกรท่าเรือ ได้รับเงินเดือนเดือนละ 4,000 บาท ถึง 5,000 บาท สำหรับภริยาจำเลยที่ 2มีรายได้เดือนละ 5,000 บาท ถึง 6,000 บาท แม้จำเลยทั้งสองจะถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย แต่ไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ประการใด เห็นว่าจำเลยทั้งสองหาใช่เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลเสียทีเดียวจำเลยทั้งสองยังพอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง เห็นสมควรให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาบางส่วน มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถาได้บางส่วน โดยให้ยกเว้นค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากึ่งหนึ่ง ค่าธรรมเนียมศาลนอกจากที่ได้รับยกเว้นให้จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ฯลฯจำเลยเห็นว่าจำเลยทั้งสองถูกโจทก์ขู่บังคับให้ลาออกจากกรรมการบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด และโอนหุ้นให้คนของโจทก์ไปหมดแล้วโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์แต่อย่างใด ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้ฟ้องโจทก์กับพวกในข้อหากรรโชกคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนหุ้นในบริษัทดูเพล็กคอร์โปเรชั่น จำกัด นั้น จำเลยได้ถอนหุ้นไปตั้งแต่พ.ศ. 2526 แล้ว รถยนต์โตโยต้าคันหมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร9ม.-3109 เป็นของบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด แต่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ในทางทะเบียน เมื่อจำเลยที่ 1 พ้นจากกรรมการบริษัทดังกล่าว ก็ได้ส่งมอบรถยนต์คืนกรรมการคนใหม่ไปโดยจำเลยที่ 1 ลงชื่อในใบโอนให้ไว้แต่กรรมการผู้นั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ปัจจุบันรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด ที่ดินและตึกแถว 4 ชั้นในซอยสวนพลู จำเลยที่ 1 ได้ขายไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2527 จำเลยทั้งสองมิได้ประกอบอาชีพและมีเงินได้เงินได้ของภรรยาจำเลยทั้งสองต้องนำไปใช้จ่ายในครอบครัวและค่าศึกษาบุตรของจำเลยทั้งสอง นอกจากนี้ภรรยาของจำเลยที่ 1ที่ 2 ยังต้องรับภาระหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และต้องผ่อนชำระเจ้าหนี้บางรายอยู่ ผู้ช่วยเหลือประกันตัวจำเลยที่ 1ในคดีอาญา เป็นมารดาของภรรยาจำเลยที่ 1 ซึ่งยังมีภาระต้องส่งเสียบุตรของตน ไม่อาจช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ได้ ทั้งจำเลยที่ 1ยังค้างชำระหนี้มารดาภรรยาอยู่อีกแสนกว่าบาทนอกจากเป็นหนี้มารดาภรรยาแล้ว จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้ผู้อื่นอีก ส่วนจำเลยที่ 2 มีภรรยาที่มิได้จดทะเบียนซึ่งบิดาเสียชีวิตแล้วนำหลักทรัพย์ของผู้อื่นมาประกันให้ จำเลยทั้งสองถูกฟ้องล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2530 ซึ่งคดีดังกล่าวศาลนัดฟังคำสั่งก่อนศาลมีคำสั่งเรื่องอนาถาในคดีนี้ ต่อมาวันที่ 4สิงหาคม 2530 จำเลยยื่นคำแถลงพร้อมทั้งแนบสำเนาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของศาลเพื่อให้ศาลชั้นต้นใช้ประกอบการพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้ว แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่มิได้นำคำแถลงเสนอศาล จนในที่สุดศาลได้มีคำสั่งคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองไปโดยไม่ทราบถึงคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสอง ต่อมาจำเลยทราบเหตุดังกล่าวจึงได้ยื่นคำแถลงต่อศาลขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยแนบคำแถลงฉบับลงวันที่ 4 สิงหาคม2530 ต่อศาลด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยอนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาหมายเหตุ โจทก์ยื่นคำร้องแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 205)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 13,992,226 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,700,000 บาท นับแต่วันที่11 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จในต้นเงิน1,500,000บาท นับแต่วันที่ 24 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จในต้นเงิน 6,792,226 บาท นับแต่วันที่ 26 มกราคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จและในต้นเงิน 4,000,000 บาท นับแต่วันที่31 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ (แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อคำนวณถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกินจำนวนเงิน 254,756.67 บาท)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 139,138,194)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 203)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อำนาจการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาเพียงบางส่วนต่อศาลฎีกา ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้(จำเลยทั้งสอง) เด็ดขาดแล้ว ย่อมตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22(3)ประกอบด้วยมาตรา 25 จำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจดำเนินการในเรื่องนี้ ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 255/2531นายเด่นศักดิ์ ประติธนายุทธ์โจทก์นายศรีศักดิ์หรือธนันต์ ตังหงส์ กับพวกจำเลยนายศรีศักดิ์หรือธนันต์ ตังหงส์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายเทอดเกียรติ อิสริยะชัยกุล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 156 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22, ม. 25ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว รับฟังว่าจำเลยทั้งสองเคยเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหารบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด และปัจจุบันจำเลยทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันในบริษัทดูเพล็กคอร์โปเรชั่น จำกัด ร้อยละ 60นอกจากนั้นจำเลยที่ 1 ยังมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถว4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวนพลู ตามเอกสารหมาย

ล.1 และมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร 9ม.-3109 ตามเอกสารหมาย จ.ร.2 ส่วนภริยาจำเลยที่ 1 ทำงานบริษัทฯ มีเงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาทเศษส่วนจำเลยที่ 2 และภริยาต่างทำงานมีรายได้เป็นเงินเดือนประจำโดยจำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้ากรรมกรท่าเรือ ได้รับเงินเดือนเดือนละ 4,000 บาท ถึง 5,000 บาท สำหรับภริยาจำเลยที่ 2มีรายได้เดือนละ 5,000 บาท ถึง 6,000 บาท แม้จำเลยทั้งสองจะถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย แต่ไม่ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ประการใด เห็นว่าจำเลยทั้งสองหาใช่เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลเสียทีเดียวจำเลยทั้งสองยังพอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง เห็นสมควรให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาบางส่วน

มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถาได้บางส่วน โดยให้ยกเว้นค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากึ่งหนึ่ง ค่าธรรมเนียมศาลนอกจากที่ได้รับยกเว้นให้จำเลยทั้งสองนำมาวางศาลภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ฯลฯจำเลยเห็นว่าจำเลยทั้งสองถูกโจทก์ขู่บังคับให้ลาออกจากกรรมการบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด และโอนหุ้นให้คนของโจทก์ไปหมดแล้วโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์แต่อย่างใด ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้ฟ้องโจทก์กับพวกในข้อหากรรโชกคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนหุ้นในบริษัทดูเพล็กคอร์โปเรชั่น จำกัด นั้น จำเลยได้ถอนหุ้นไปตั้งแต่พ.ศ. 2526 แล้ว รถยนต์โตโยต้าคันหมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร9ม.-3109 เป็นของบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค

จำกัด แต่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ในทางทะเบียน เมื่อจำเลยที่ 1 พ้นจากกรรมการบริษัทดังกล่าว ก็ได้ส่งมอบรถยนต์คืนกรรมการคนใหม่ไปโดยจำเลยที่ 1 ลงชื่อในใบโอนให้ไว้แต่กรรมการผู้นั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ปัจจุบันรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของบริษัทเซ็นทรัลไดนามิค จำกัด ที่ดินและตึกแถว 4 ชั้นในซอยสวนพลู จำเลยที่ 1 ได้ขายไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2527 จำเลยทั้งสองมิได้ประกอบอาชีพและมีเงินได้เงินได้ของภรรยาจำเลยทั้งสองต้องนำไปใช้จ่ายในครอบครัวและค่าศึกษาบุตรของจำเลยทั้งสอง นอกจากนี้ภรรยาของจำเลยที่ 1ที่ 2 ยังต้องรับภาระหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และต้องผ่อนชำระเจ้าหนี้บางรายอยู่ ผู้ช่วยเหลือประกันตัวจำเลยที่ 1ในคดีอาญา เป็นมารดาของภรรยาจำเลยที่ 1 ซึ่งยังมีภาระต้องส่งเสียบุตรของตน

ไม่อาจช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ได้ ทั้งจำเลยที่ 1ยังค้างชำระหนี้มารดาภรรยาอยู่อีกแสนกว่าบาทนอกจากเป็นหนี้มารดาภรรยาแล้ว จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้ผู้อื่นอีก ส่วนจำเลยที่ 2 มีภรรยาที่มิได้จดทะเบียนซึ่งบิดาเสียชีวิตแล้วนำหลักทรัพย์ของผู้อื่นมาประกันให้

จำเลยทั้งสองถูกฟ้องล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2530 ซึ่งคดีดังกล่าวศาลนัดฟังคำสั่งก่อนศาลมีคำสั่งเรื่องอนาถาในคดีนี้ ต่อมาวันที่ 4สิงหาคม 2530 จำเลยยื่นคำแถลงพร้อมทั้งแนบสำเนาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของศาลเพื่อให้ศาลชั้นต้นใช้ประกอบการพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้ว แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่มิได้นำคำแถลงเสนอศาล จนในที่สุดศาลได้มีคำสั่งคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองไปโดยไม่ทราบถึงคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสอง ต่อมาจำเลยทราบเหตุดังกล่าวจึงได้ยื่นคำแถลงต่อศาลขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยแนบคำแถลงฉบับลงวันที่ 4 สิงหาคม2530 ต่อศาลด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยอนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาหมายเหตุ

โจทก์ยื่นคำร้องแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 205)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 13,992,226 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,700,000 บาท นับแต่วันที่11 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จในต้นเงิน1,500,000บาท นับแต่วันที่ 24 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จในต้นเงิน 6,792,226 บาท นับแต่วันที่ 26 มกราคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จและในต้นเงิน 4,000,000 บาท นับแต่วันที่31 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ (แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อคำนวณถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกินจำนวนเงิน 254,756.67 บาท)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 139,138,194)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 203)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

อำนาจการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาเพียงบางส่วนต่อศาลฎีกา ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้(จำเลยทั้งสอง) เด็ดขาดแล้ว ย่อมตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22(3)ประกอบด้วยมาตรา 25 จำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจดำเนินการในเรื่องนี้ ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

Supreme Court Judgment No. 278/2562

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้ (1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเ…

Supreme Court Judgment No. 15283/2558

แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีนี้ยังคงมีผลผูกพันโจทก์และผู้คัดค้านอยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อำนาจในการจัดการกิจการและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนั…

Supreme Court Judgment No. 14808/2558

โจทก์เป็นผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าให้ออกจากทรัพย์ที่ให้เช่าและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้ว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าการเช่าธรรมดา จำเลยเช่าทรัพย์พิพา…

Supreme Court Judgment No. 4448/2558

เมื่อจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลย ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้ยกเลิกหรือเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่โจทก์จำเลยทำมาก่อนหน้านี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up