คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 700/2531บริษัทอริยะอีควิปเม้นท์ จำกัดฯโจทก์นายราเชนทร์ เศรษฐาพงศ์จำเลยนายราเชนทร์ เศรษฐาพงศ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ฯลฯและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษตามเช็คฉบับแรกจำคุก 3 เดือน
เช็คฉบับที่สองลงโทษจำคุก 6 เดือน เช็คฉบับสุดท้ายลงโทษจำคุก 3 เดือน รวมเป็นลงโทษจำคุกทั้งสิ้น 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 106)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยออกเช็คพิพาท3 ฉบับ ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถขุดไฮดรอลิกแก่โจทก์ และโจทก์เป็นผู้ทรงเช็ค ดังนี้เท่ากับศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับมีมูลหนี้ต่อกัน และโจทก์เป็นผู้เสียหายฉะนั้น
ที่จำเลยฎีกาว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับไม่มีมูลหนี้ต่อกันโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายนั้นจึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับมีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่ มิใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่อย่างใด จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ให้ยกคำร้อง