คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพวกใช้มีดเป็นอาวุธปล้นทรัพย์ราคา 2,220 บาท ของนายเที่ยงโดยทำร้ายนายเที่ยงบาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 กับให้ใช้ทรัพย์จำเลยที่ 1 ปฏิเสธ จำเลยที่ 2 รับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทำผิดจริงตามฟ้อง นายเที่ยงถูกฟันที่ศีรษะ 1 ที และถูกแทงหลัง 1 ที บาดเจ็บของนายเที่ยงถึงทนทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน เป็นอันตรายสาหัส พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 จำคุกคนละ 15 ปี จำเลยที่ 2 รับสารภาพลดกึ่งตามมาตรา 76คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 7 ปี 6 เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า
จำเลยเป็นผู้กระทำผิดรายนี้จริง แต่บาดแผลของนายเที่ยงได้ความว่านายเที่ยงต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 15 วัน แพทย์ก็ให้กลับ และให้ไปโรงพยาบาลทุก 3 วัน เพราะประสาทยังไม่ปกตินายเที่ยงไปโรงพยาบาลอีก 3 ครั้ง แล้วขอยามารักษาที่บ้าน เพราะต้องเดินไกลสะเทือนสมอง เพียงเท่านี้ไม่ปรากฏอาการใดที่จะถือเป็นทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน ยังไม่เป็นอันตรายสาหัสดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ ความผิดของจำเลยทั้งสองต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาก็เป็นเหตุในลักษณะคดีมีผลตลอดถึงจำเลยที่ 2 ด้วยพิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยทั้งสองเป็นให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 ส่วนกำหนดโทษและข้ออื่น ๆ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์