Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61731)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกา ข้อ 2.2.1และข้อ 2.2.2 ส่วนฎีกา ข้อ 2.1.1 ถึง 2.1.5 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงแม้ว่าจะกล่าวเป็นข้อเท็จจริงไว้แต่ก็เป็นเรื่องที่โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังเห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามคำเบิกความของพยานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนและตามข้อโต้แย้งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1จึงเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อ 2.1.1 ถึง 2.1.5 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(11),83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 6 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 4 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อหารับของโจรและยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์556,800 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 103,100)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 105)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1ข้อ 2.1.1 ถึง ข้อ 2.1.5 ต่างเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1046/2531พนักงานอัยการจังหวัดตรังโจทก์นายโสภณ หรือเข่ง วงศ์ยาง กับพวกจำเลยนายโสภณ หรือเข่ง วงศ์ยาง จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกา ข้อ 2.2.1และข้อ 2.2.2 ส่วนฎีกา ข้อ 2.1.1 ถึง 2.1.5 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงแม้ว่าจะกล่าวเป็นข้อเท็จจริงไว้แต่ก็เป็นเรื่องที่โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังเห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามคำเบิกความของพยานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนและตามข้อโต้แย้งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1จึงเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อ 2.1.1 ถึง 2.1.5 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(11),83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 6 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 คนละ 4 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อหารับของโจรและยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์556,800 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 103,100)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 105)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี

คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1ข้อ 2.1.1 ถึง ข้อ 2.1.5 ต่างเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up