คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1126/2531นายราเชนทร์ สิงห์ชวาลา กับพวกโจทก์นายพิตร ตุวานนท์จำเลยนายราเชนทร์ สิงห์ชวาลา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสำราญ ทองเพ็ชร ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสองเห็นว่า
โจทก์ทั้งสองได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและพิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ข้อ 2.1 และ 2.2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 65)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,365ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,365 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย2,000 บาทด้วย โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 60)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษารอการลงโทษให้จำเลย โดยเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน หาเป็นการพิพากษาเกินคำขอของจำเลยและเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่ จึงไม่มีข้อกฎหมายดังโจทก์ฎีกา ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง