Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61783)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกาฉบับแรกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2531ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนั้นว่าฎีกาของโจทก์ทำไม่เรียบร้อยไม่พิมพ์ด้านหลังของทุกแผ่น ให้โจทก์ไปทำมายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 มิฉะนั้นไม่รับฎีกาในวันดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้เสนอรายงานต่อศาลว่าได้มีหญิงไทยอายุประมาณ 40 ปี นำฎีกามายื่น ได้ตรวจแล้วปรากฏว่าไม่มีใบมอบฉันทะของโจทก์หรือทนายโจทก์แต่อย่างใด รุ่งขึ้นวันที่ 5 เมษายน 2531 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาของโจทก์ฉบับดังกล่าวว่า ทนายโจทก์ไม่ได้มายื่นฎีกาด้วยตนเองและไม่ได้มอบฉันทะให้ผู้อื่นมายื่นฎีกาแทน จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ให้เพิกถอนคำสั่งเดิมครั้นวันที่ 5 เมษายน 2531 เวลา 14.00 นาฬิกา โจทก์ได้นำฎีกาที่แก้ไขแล้วมายื่นใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้ว ฎีกาฉบับนี้ยื่นเกินกำหนด จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า การยื่นฎีกาโดยภรรยาโจทก์ยื่นแทนนั้น ภรรยาโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศาลผู้ทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่รับฟ้องว่าไม่มีใบมอบฉันทะจากโจทก์ เนื่องจากโจทก์เดินทางไปราชการต่างจังหวัดโดยกระทันหันซึ่งผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก็ได้กรุณาสั่งฎีกาของโจทก์แล้ว ศาลมีอำนาจรับคำคู่ความได้แม้จะยื่นฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และศาลชั้นต้นก็ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 23แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งขยายเวลาให้โจทก์ทำฎีกามายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 ครั้นวันที่ 5เมษายน 2531โจทก์ได้ทำฎีกามายื่นใหม่ในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดและยื่นในขณะที่ศาลยังมิได้สั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมในฎีกาฉบับแรกของโจทก์แต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์จึงยื่นโดยชอบแล้ว โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น แล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 103)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83,90,91,136,175 และ 326ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและฐานฟ้องเท็จ ส่วนความผิดฐานหมิ่นประมาทมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนทั้งสภาพแห่งความผิดนับว่ามีเหตุอันควรปราณี เห็นควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 3 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ฯลฯโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 90)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2531 โจทก์มีอำนาจยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่าน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 4 เมษายน 2531 ที่โจทก์อ้างว่าได้ตกลงกับทนายโจทก์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอภูเขียวจังหวัดชัยภูมิ ให้ทำฎีกาให้และให้คนนำมามอบให้โจทก์ในวันที่4 เมษายน 2531 โดยโจทก์จะเป็นผู้นำไปยื่นต่อศาลชั้นต้นเองแต่ในวันที่ 4 เมษายน 2531 ดังกล่าว โจทก์ได้รับวิทยุด่วนจากผู้บังคับบัญชาที่จังหวัดนครราชสีมาให้ไปพบด่วนในวันนั้นโจทก์จึงให้ภรรยาโจทก์รอรับฎีกาจากคนของทนายโจทก์เพื่อนำไปยื่นต่อศาลแทน ภรรยาโจทก์นำฎีกาไปยื่นจนศาลมีคำสั่งแล้ว แม้จะไม่มีใบมอบฉันทะจากโจทก์น่าจะถือว่ายื่นโดยชอบนั้น เห็นว่าก่อนจะไปพบผู้บังคับบัญชาโจทก์มีเวลาที่สามารถทำใบมอบฉันทะให้ภรรยาโจทก์เป็นผู้นำฎีกาไปยื่นต่อศาลแทนได้แต่โจทก์ไม่กระทำจึงเป็นความผิดของโจทก์เอง ภรรยาโจทก์มิใช่คู่ความหรือผู้รับมอบฉันทะให้กระทำการแทน ไม่มีสิทธินำฎีกาของโจทก์มายื่นต่อศาลได้แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งให้โจทก์ไปทำฎีกาให้เรียบร้อยมายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 มิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาก็เป็นคำสั่งโดยผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ผิดระเบียบเป็นไม่รับฎีกาของโจทก์ได้ และเมื่อโจทก์ทำฎีกามายื่นใหม่ในวันที่ 5 เมษายน 2531 ก็เป็นเวลาเลยกำหนดฎีกาไปแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1200/2531ร้อยตำรวจโทจำนงค์ ราชปักโจทก์นายศิริ พลอยดี กับพวกจำเลยร้อยตำรวจโทจำนงค์ ราชปัก โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 1 (11), ม. 27 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 216ความว่า โจทก์ยื่นฎีกาฉบับแรกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2531ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนั้นว่าฎีกาของโจทก์ทำไม่เรียบร้อยไม่พิมพ์ด้านหลังของทุกแผ่น ให้โจทก์ไปทำมายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 มิฉะนั้นไม่รับฎีกาในวันดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้เสนอรายงานต่อศาลว่าได้มีหญิงไทยอายุประมาณ 40 ปี นำฎีกามายื่น ได้ตรวจแล้วปรากฏว่าไม่มีใบมอบฉันทะของโจทก์หรือทนายโจทก์แต่อย่างใด รุ่งขึ้นวันที่ 5 เมษายน 2531 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาของโจทก์ฉบับดังกล่าวว่า

ทนายโจทก์ไม่ได้มายื่นฎีกาด้วยตนเองและไม่ได้มอบฉันทะให้ผู้อื่นมายื่นฎีกาแทน จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ให้เพิกถอนคำสั่งเดิมครั้นวันที่ 5 เมษายน 2531 เวลา 14.00 นาฬิกา โจทก์ได้นำฎีกาที่แก้ไขแล้วมายื่นใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้ว ฎีกาฉบับนี้ยื่นเกินกำหนด จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า การยื่นฎีกาโดยภรรยาโจทก์ยื่นแทนนั้น ภรรยาโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศาลผู้ทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่รับฟ้องว่าไม่มีใบมอบฉันทะจากโจทก์ เนื่องจากโจทก์เดินทางไปราชการต่างจังหวัดโดยกระทันหันซึ่งผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก็ได้กรุณาสั่งฎีกาของโจทก์แล้ว ศาลมีอำนาจรับคำคู่ความได้แม้จะยื่นฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความ

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และศาลชั้นต้นก็ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 23แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งขยายเวลาให้โจทก์ทำฎีกามายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 ครั้นวันที่ 5เมษายน 2531โจทก์ได้ทำฎีกามายื่นใหม่ในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดและยื่นในขณะที่ศาลยังมิได้สั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมในฎีกาฉบับแรกของโจทก์แต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์จึงยื่นโดยชอบแล้ว โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น แล้วมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 103)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83,90,91,136,175 และ 326ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและฐานฟ้องเท็จ ส่วนความผิดฐานหมิ่นประมาทมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนทั้งสภาพแห่งความผิดนับว่ามีเหตุอันควรปราณี เห็นควรรอการลงโทษจำคุกไว้ 3 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ฯลฯโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 90)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2531 โจทก์มีอำนาจยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่าน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 4 เมษายน 2531 ที่โจทก์อ้างว่าได้ตกลงกับทนายโจทก์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอภูเขียวจังหวัดชัยภูมิ ให้ทำฎีกาให้และให้คนนำมามอบให้โจทก์ในวันที่4 เมษายน 2531 โดยโจทก์จะเป็นผู้นำไปยื่นต่อศาลชั้นต้นเองแต่ในวันที่ 4 เมษายน 2531 ดังกล่าว โจทก์ได้รับวิทยุด่วนจากผู้บังคับบัญชาที่จังหวัดนครราชสีมาให้ไปพบด่วนในวันนั้นโจทก์จึงให้ภรรยาโจทก์รอรับฎีกาจากคนของทนายโจทก์เพื่อนำไปยื่นต่อศาลแทน ภรรยาโจทก์นำฎีกาไปยื่นจนศาลมีคำสั่งแล้ว

แม้จะไม่มีใบมอบฉันทะจากโจทก์น่าจะถือว่ายื่นโดยชอบนั้น เห็นว่าก่อนจะไปพบผู้บังคับบัญชาโจทก์มีเวลาที่สามารถทำใบมอบฉันทะให้ภรรยาโจทก์เป็นผู้นำฎีกาไปยื่นต่อศาลแทนได้แต่โจทก์ไม่กระทำจึงเป็นความผิดของโจทก์เอง ภรรยาโจทก์มิใช่คู่ความหรือผู้รับมอบฉันทะให้กระทำการแทน ไม่มีสิทธินำฎีกาของโจทก์มายื่นต่อศาลได้แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งให้โจทก์ไปทำฎีกาให้เรียบร้อยมายื่นใหม่ภายในวันที่ 8 เมษายน 2531 มิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาก็เป็นคำสั่งโดยผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ผิดระเบียบเป็นไม่รับฎีกาของโจทก์ได้ และเมื่อโจทก์ทำฎีกามายื่นใหม่ในวันที่ 5 เมษายน 2531 ก็เป็นเวลาเลยกำหนดฎีกาไปแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 248/2503

ในคดีอาญา จำเลยถอนฎีกาโดยกล่าวว่าขอถอนชั่วคราวเพื่อไปจัดทำฎีกามายื่นใหม่เมื่อศาลอนุญาตแล้วจำเลยย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาใหม่ภายในอายุความฎีกา(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2503) โจทก์กล่าวฟ้องมีสาระสำคัญว่าจำเลยขับ…

Supreme Court Judgment No. 124/2502

การไต่สวนมูลฟ้องเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีระบุพยานล่วงหน้า 3 วัน ก่อนวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นยกฟ้องอ้างเหตุว่า โจทก์ไม่ยื่นบัญชีพยานล่วงหน้า 3 ว…

Supreme Court Judgment No. 817/2568

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 กล่าวคือ ต…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up