Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61819)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า ตามที่ศาลฎีกาได้สั่งคำร้องของโจทก์ร่วมที่คัดค้านการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลฎีกาโดยคำสั่งคำร้องลงวันที่ 25 เมษายน 2531 ว่า "พิเคราะห์แล้วแม้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคำสั่งศาลฎีกา ลงวันที่ 26ตุลาคม 2530 ได้เคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งคดีเดียวกันนี้ในชั้นอุทธรณ์มาแล้วก็ตาม แต่การสั่งคำร้องในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวมิใช่เป็นการพิจารณาพิพากษาคดี และมิใช่เป็นการนั่งพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(9),11(5) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิคัดค้านให้ยกคำร้อง" นั้น โจทก์ร่วมขอโต้แย้งคำสั่งศาลฎีกาดังกล่าวว่าศาลฎีกามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพราะตามบทบัญญัติมาตรา 19,20,24แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม นั้น โจทก์ร่วมเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาคือการนั่งพิจารณาโดยการตรวจสำนวนความที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณามาแล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 246,247 ก็ให้นำบทบัญญัติตั้งแต่ภาค 1 ลักษณะ 1 ถึง 5 มาใช้ในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 215,225 ก็ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา พิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้น มาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาโดยอนุโลม ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5)ไม่ได้บัญญัติเด็ดขาดว่าการพิจารณา คือการชี้สองสถาน สืบพยานทำการไต่สวน ฟังคำขอต่าง ๆ ฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา จึงใช้คำว่า "การนั่งพิจารณา" หมายความว่าการที่ศาลออกนั่งเกี่ยวกับการพิจารณา "เช่น" ซึ่งอาจมีอย่างอื่นอีกได้หลายประการเมื่อพิจารณาตามบทที่โจทก์ร่วมยกขึ้นกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นได้ว่าศาลฎีกาพิจารณาคดีก็อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 11(5) เช่นกัน มิฉะนั้นแล้วผู้พิพากษาศาลฎีกาที่มีคุณสมบัติต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา11(1),(2),(3),(4),(6),(7) ซึ่งนั่งพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ก็ย่อมเป็นองค์คณะพิจารณาได้เช่นกัน ด้วยเหตุดังกล่าวโจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิคัดค้านได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 ซึ่งมิได้กำหนดให้คัดค้านได้เพียงครั้งเดียว ขอได้โปรดมีคำสั่งยกคำสั่งคำร้องลงวันที่ 25 เมษายน 2531 และคำสั่งคำร้องลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 และมีคำสั่งใหม่ให้ชอบด้วยกฎหมาย กับได้โปรดพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมตามขั้นตอนว่ามีการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความหรือไม่ไม่ชอบที่จะพิจารณาถึงขั้นพิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าเป็นดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งชอบที่จะพิจารณาในชั้นพิจารณาคดี และชอบที่จะพิจารณาสั่งในข้ออุทธรณ์ที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทุกข้อด้วยหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,83,91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นายสมพันธ์ น้อยสง่า ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และขอเพิ่มเติมฐานความผิด โดยขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365 ด้วยศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อหาบุกรุกส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ไม่รับฎีกา (อันดับ 124)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 126)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 1292 พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530(อันดับ 137)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งคำร้องดังกล่าว(อันดับ 141)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 519 พ.ศ. 2531 ลงวันที่ 25 เมษายน 2531 และศาลชั้นต้นได้อ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2531(อันดับ 150)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้คัดค้านคำสั่งคำร้องดังกล่าว(อันดับ 154)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คำร้องของโจทก์ร่วมโต้แย้งในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ร่วมเคยยื่นคำร้องกรณีคัดค้านผู้พิพากษา เพื่อให้มีผลอย่างเดียวกัน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยและมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ร่วมไปแล้ว โจทก์ร่วมจะมายื่นคำร้องโต้แย้งในเรื่องเดียวกันซ้ำอีกหาได้ไม่ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1244/2531พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสมพันธ์ น้อยสง่าโจทก์นายวิจิตร รวมทรัพย์ กับพวกจำเลยนายสมพันธ์ น้อยสง่า โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 14, ม. 144 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า ตามที่ศาลฎีกาได้สั่งคำร้องของโจทก์ร่วมที่คัดค้านการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลฎีกาโดยคำสั่งคำร้องลงวันที่ 25 เมษายน 2531 ว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วแม้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคำสั่งศาลฎีกา ลงวันที่ 26ตุลาคม 2530 ได้เคยสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งคดีเดียวกันนี้ในชั้นอุทธรณ์มาแล้วก็ตาม แต่การสั่งคำร้องในชั้นอุทธรณ์ดังกล่าวมิใช่เป็นการพิจารณาพิพากษาคดี และมิใช่เป็นการนั่งพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(9),11(5) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิคัดค้านให้ยกคำร้อง" นั้น โจทก์ร่วมขอโต้แย้งคำสั่งศาลฎีกาดังกล่าวว่าศาลฎีกามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพราะตามบทบัญญัติมาตรา 19,20,24แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม นั้น โจทก์ร่วมเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาคือการนั่งพิจารณาโดยการตรวจสำนวนความที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณามาแล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 246,247 ก็ให้นำบทบัญญัติตั้งแต่ภาค 1 ลักษณะ 1 ถึง 5 มาใช้ในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 215,225 ก็ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา

พิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้น มาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาโดยอนุโลม ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 11(5)ไม่ได้บัญญัติเด็ดขาดว่าการพิจารณา คือการชี้สองสถาน สืบพยานทำการไต่สวน ฟังคำขอต่าง ๆ ฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา จึงใช้คำว่า "การนั่งพิจารณา" หมายความว่าการที่ศาลออกนั่งเกี่ยวกับการพิจารณา "เช่น" ซึ่งอาจมีอย่างอื่นอีกได้หลายประการเมื่อพิจารณาตามบทที่โจทก์ร่วมยกขึ้นกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นได้ว่าศาลฎีกาพิจารณาคดีก็อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 11(5) เช่นกัน มิฉะนั้นแล้วผู้พิพากษาศาลฎีกาที่มีคุณสมบัติต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา11(1),(2),(3),(4),(6),(7) ซึ่งนั่งพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ก็ย่อมเป็นองค์คณะพิจารณาได้เช่นกัน

ด้วยเหตุดังกล่าวโจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิคัดค้านได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 ซึ่งมิได้กำหนดให้คัดค้านได้เพียงครั้งเดียว ขอได้โปรดมีคำสั่งยกคำสั่งคำร้องลงวันที่ 25 เมษายน 2531 และคำสั่งคำร้องลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530 และมีคำสั่งใหม่ให้ชอบด้วยกฎหมาย กับได้โปรดพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมตามขั้นตอนว่ามีการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความหรือไม่ไม่ชอบที่จะพิจารณาถึงขั้นพิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าเป็นดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งชอบที่จะพิจารณาในชั้นพิจารณาคดี และชอบที่จะพิจารณาสั่งในข้ออุทธรณ์ที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทุกข้อด้วยหมายเหตุ

จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,83,91 ฯลฯระหว่างพิจารณา นายสมพันธ์ น้อยสง่า ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และขอเพิ่มเติมฐานความผิด โดยขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365 ด้วยศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อหาบุกรุกส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ไม่รับฎีกา (อันดับ 124)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 126)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 1292 พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2530(อันดับ 137)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งคำร้องดังกล่าว(อันดับ 141)ศาลฎีกาสั่งคำร้องดังกล่าวของโจทก์ร่วมโดยคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 519 พ.ศ. 2531 ลงวันที่ 25 เมษายน 2531 และศาลชั้นต้นได้อ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2531(อันดับ 150)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้คัดค้านคำสั่งคำร้องดังกล่าว(อันดับ 154)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

คำร้องของโจทก์ร่วมโต้แย้งในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ร่วมเคยยื่นคำร้องกรณีคัดค้านผู้พิพากษา เพื่อให้มีผลอย่างเดียวกัน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยและมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ร่วมไปแล้ว โจทก์ร่วมจะมายื่นคำร้องโต้แย้งในเรื่องเดียวกันซ้ำอีกหาได้ไม่ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3332/2565

ข้อเท็จจริงในเรื่องไม้พะยูงของกลาง จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาที่จำเลยที่ 1 ร้องขอไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องอุ…

Supreme Court Judgment No. 5991/2558

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องถึงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟัง ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 วรรคส…

Supreme Court Judgment No. 13105/2558

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไว้โดยเฉพาะ และ ป.วิ.พ. มาตรา 144 ได้บัญญัติรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ว่า เมื่อศาลใดมีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีห…

Supreme Court Judgment No. 7035/2556

ผู้ประกันขอลดค่าปรับและศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของผู้ประกัน เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำวินิจฉัยข…

Supreme Court Judgment No. 1388/2555

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ โดยอ้างว่าได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดโทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2522 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งเป็นกฎหมายที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up