คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1364/2531ธนาคาร กรุงไทย จำกัดฯโจทก์นายมานิตย์ อมตวัฒน์ กับพวกจำเลยนายมานิตย์ อมตวัฒน์ ที่ 1 นายมนู อมตวัฒน์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายอิน แซ่เฮง ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเท่าที่ไต่สวนมาพอวินิจฉัยคำร้องได้แล้ว พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการประวิงคดีจึงให้งดการไต่สวนจำเลยทั้งสามเห็นว่า หากจำเลยทั้งสามมีโอกาสนำนายวิษณุนายเชี่ยวชาญ และตัวจำเลยทั้งสามเข้าสืบเป็นพยานสำคัญในการไต่สวนคำร้องอนาถาแล้ว จำเลยทั้งสามเชื่อว่า จะได้รับอนุญาตให้ยื่นฎีกาอย่างคนอนาถาได้ โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสามนำพยานเข้าสืบต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 288 แผ่นที่ 3)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมกันและแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 7,224,624.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,224,624.21 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระแก่โจทก์ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา(อันดับ 266,263)
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 279)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 282)คำสั่งชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสามเคยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง จำเลยทั้งสามขอเลื่อนการนัดไต่สวนไปหลายนัดโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ ในที่สุดคงไต่สวนตัวจำเลยที่ 1เพียงปากเดียว
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสามมิได้ยากจนจริงจึงยกคำร้องมาในชั้นฎีกาจำเลยทั้งสามขอฎีกาอย่างคนอนาถาอีกโดยมิได้อ้างข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ายากจนลงจากเดิม วันนัดไต่สวนคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา จำเลยทั้งสามและพยานอื่นไม่มาศาลคงมาแต่ทนายจำเลยและขอเลื่อนคดี พฤติการณ์ดังกล่าวส่อให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามจะประวิงคดี ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวนพยานจำเลยชอบแล้วยกคำร้อง