Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6188/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ ท. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก. จะทำบันทึกสัญญาต่อหน้านายอำเภอยอมให้จำเลยปลูกบ้านบนที่ดินของตนก็ตาม แต่บันทึกสัญญาที่ ท. และจำเลยทำต่อกันนั้นเป็นการประนีประนอมระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับบ้านที่จำเลยปลูกและทรัพย์สินภายในบ้าน ไม่ใช่หนังสือจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดิน ดังนั้น การได้มาซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินของจำเลยจึงไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง คงมีผลบังคับได้ระหว่างคู่กรณีเท่านั้น หามีผลผูกพันโจทก์ผู้รับโอนที่ดินจาก ท. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ทำการโดยสุจริตหรือไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 6138 ถึง 6141 โดยโจทก์ซื้อมาจากนางทิ้ง บุตรอินทร์ จำเลย ได้ปลูกบ้านสองชั้นสีเขียวอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยและบริวารอยู่ในที่ดินดังกล่าวจึงบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนบ้าน ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านสองชั้นสีเขียวตามภาพถ่ายท้ายฟ้องหมายเลข 1ออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 6138, 6139, 6140 และ 6141 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์ ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปจำเลยให้การว่า

จำเลยได้ปลูกบ้านบนที่ดินโดยนางทิ้ง บุตรอินทร์ เจ้าของที่ดินเดิมได้จดบันทึกให้จำเลยมีสิทธิอาศัยในที่ดินพิพาทตลอดชีวิต โจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิอาศัยในที่ดินพิพาท แต่โจทก์สมคบกับนางทิ้งรับซื้อที่ดินพิพาทเพื่อขับไล่จำเลย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านสองชั้นสีเขียวตามภาพถ่ายท้ายฟ้องหมายเลข 1 ตลอดจนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 6138, 6139, 6140 และ 6141 ตำบลจรเข้สามพันอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ของโจทก์ และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติเบื้องต้นว่า เดิมนางทิ้งบุตรอินทร์ เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นางทิ้งยินยอมให้จำเลยปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าว ต่อมานางทิ้งขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกเป็น 9 แปลงตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224 และ 6134 ถึง 6141 ตำบล อำเภอ และจังหวัดเดียวกัน บ้านที่จำเลยปลูกในที่ดินเดิมอยู่บนที่ดินที่แบ่งแยก น.ส.3 ก. เลขที่ 6138ถึง 6141 ต่อมานางทิ้งขายที่ดินทั้งหมดให้โจทก์มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทหรือไม่ จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ในปี 2537 นางทิ้งกับจำเลยไปที่ที่ว่าการอำเภออู่ทอง

ทำบันทึกสัญญาต่อหน้านายอำเภอว่า นางทิ้งเจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2224 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ยอมให้จำเลยสร้างบ้านอยู่อาศัยเป็นบ้านสองชั้นและยินยอมให้จำเลยอยู่ในที่ดินกับหลานโดยรับรองว่าจะไม่ขับไล่เห็นว่าการที่นางทิ้งยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเป็นการก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงได้มาโดยนิติกรรมซึ่งทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะบริบูรณ์ต่อเมื่อนิติกรรมได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว พิเคราะห์บันทึกดังกล่าวในช่องประเภทความ ลงรายการว่าประนีประนอม รายการต่อมามีคำให้การของนางทิ้งและจำเลย ซึ่งนางทิ้งพิมพ์ลายนิ้วมือและจำเลยลงลายมือชื่อไว้ท้ายคำให้การของตนคำเปรียบเทียบของนายอำเภอและข้อตกลงของคู่ความ

นางทิ้งพิมพ์ลายนิ้วมือกับจำเลยและนายอำเภอลงลายมือชื่อไว้ท้ายหนังสือ เห็นว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการประนีประนอมระงับข้อพิพาทระหว่างนางทิ้งกับจำเลยเกี่ยวกับบ้านที่จำเลยปลูกและทรัพย์สินภายในบ้านไม่ใช่หนังสือจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดิน ดังนั้น การได้มาซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินของจำเลยจึงไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง คงมีผลใช้บังคับได้ระหว่างคู่กรณีเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันโจทก์ผู้รับโอนทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ทำการโดยสุจริตหรือไม่ปัญหาว่าโจทก์รู้ถึงข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สำรวจ อุดมทวี · วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2524 (ref. 31727)

จ. กับ ส. และ ล. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลยอมยกที่ดินของตนให้ ว.ว. ได้ลงชื่อไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงรับที่ดินพิพาท เป็นการแสดงเจตนารับประโยชน์ตามสัญญาแล้ว ถือได้ว่า จ. มอบการครอบครองที…

Supreme Court Judgment No. 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

Supreme Court Judgment No. 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

Supreme Court Judgment No. 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

Supreme Court Judgment No. 900/2568

แม้จะถือว่าสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up