Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6194/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บ้านของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์นำยึดปลูกสร้างอย่างแน่นหนาถาวรบนที่ดินจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานถูกห้ามโอนตามกฎหมาย บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมถูกห้ามโอนด้วย แม้โจทก์จะอุทธรณ์อ้างว่า โจทก์ประสงค์จะยึดบ้านพิพาทอย่างสังหาริมทรัพย์ โดยในการขายทอดตลาดผู้ที่ซื้อทรัพย์จะต้องรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินไปเอง ก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการได้เมื่อกำหนดเวลาห้ามการโอนผ่านพ้นไปแล้วเสียก่อน เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทในระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 144 ป.วิ.พ. Section 294 ป.ที่ดิน Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทำการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดบ้านเลขที่ 595 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินซึ่งมีข้อความระบุว่าห้ามโอนภายในสิบปี จึงถือว่าบ้านเป็นส่วนควบกับที่ดินและเป็นทรัพย์ที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำร้องว่า กฎหมายห้ามยึดที่ดินซึ่งห้ามโอนตาม มาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนั้น ไม่ได้ห้ามยึดสังหาริมทรัพย์อันเป็นส่วนควบกับที่ดิน ส่วนควบจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ต้องห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงสามารถนำยึดตัวบ้านของจำเลยที่ 1 เพื่อทำการขายทอดตลาดอย่างสังหาริมทรัพย์ได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้ถอนการยึดบ้านของจำเลยที่ 1 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ต่อไป จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า บ้านพร้อมที่ดินที่โจทก์ขอยึดเพื่อขายทอดตลาดนั้นเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้แทนทายาทของจำเลยที่ 1 ซึ่งห้ามโอนภายในกำหนด 10 ปี บ้านเป็นส่วนควบกับที่ดิน โจทก์ไม่สามารถยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ ขอให้ยกคำร้องของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดบ้านหลังดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดโดยให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายด้วย เป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่ง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ในสถานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 535 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2550

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดบ้านพิพาทชอบหรือไม่ เห็นว่า บ้านของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์นำยึดมีลักษณะเป็นบ้านครึ่งตึกครึงไม้ 2 ชั้น ปลูกสร้างอย่างแน่นหนาถาวรบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บ้านจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานถูกห้ามโอนตามกฎหมาย บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมถูกห้ามโอนด้วย แม้โจทก์จะอุทธรณ์อ้างว่า โจทก์ประสงค์จะยึดบ้านพิพาทอย่างสังหาริมทรัพย์ โดยในการขายทอดตลาด ผู้ที่ซื้อทรัพย์จะต้องรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินไปเองนั้น ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการได้เมื่อกำหนดเวลาห้ามการโอนผ่านพ้นไปแล้วเสียก่อน

เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทในวันที่ 23 มีนาคม 2548 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวได้ และโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึดจึงต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เป็นการชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ในเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 372/2567

แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 ที่พิพาทจะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวมโฉนดเลขที่ 2996 โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจาก จ. มารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง…

Supreme Court Judgment No. 5400/2562

ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้าซึ่งเป็นความผิดมูลฐานต…

Supreme Court Judgment No. 935/2562

แม้ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า "กรรมสิทธิ์ในห้องชุดจะแบ่งแยกไม่ได้" แต่มาตรา 13 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เจ้าของห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลที่เป็นของตน และมีกรรมสิทธิ์ร…

Supreme Court Judgment No. 14679/2558

เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดโดยกำหนดวันนัดขายทอดตลาดไว้ถึง 2 นัด และยังมีหนังสือแจ้งโจทก์ให้วางเงินค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดอีกด้วย แต่โจทก์เองไม่วางเงินกลับยื่นคำร้องขอ…

Supreme Court Judgment No. 1365/2554

โจทก์และจำเลยทราบดีว่าที่ดินมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตามมาตรา 31 แห่ง ป.ที่ดิน แต่ก็ซื้อขายกันโดยหลีกเลี่ยงข้อกำหนดดังกล่าว โดยวิธีทำเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ทั้งยัง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up