คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องคดีด้วยวาจาขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๒๘๗ พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ มาตรา ๔, ๕, ๒๐, ๒๑ และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๒๘๗ พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ มาตรา ๔, ๕, ๒๐, ๒๑ รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฉายภาพยนตร์โดยมิได้รับอนุญาต ปรับคนละ ๕๐๐ บาท ฐานแพร่หลายภาพยนตร์อันลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้า ให้จำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท รวมจำคุกคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๓,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้คนละ ๓ ปี ริบของกลาง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏในคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฉายภาพยนตร์อันลามกประกอบด้วยภาพเปลือยและการแสดงความสัมพันธ์ทางเพศ เป็นการแสดงอวดต่อประชาชนเพื่อความประสงค์แห่งการค้าและโดยการค้า ณ โรงภาพยนตร์ปิรามิด เป็นการบรรยายฟ้องที่ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗และเป็นคำฟ้องที่มีข้อเท็จจริงพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ (๕) แล้วส่วนข้อที่ว่าคำฟ้องไม่ปรากฏว่าแสดงความสัมพันธ์ทางเพศอย่างไรและเปลือยอย่างใดนั้น เป็นเรื่องของรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาในกรณีที่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพจึงแสดงว่าจำเลยทั้งสองเข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๓,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสองมีกำหนด ๕ ปี ริบของกลาง.