Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6252/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในชั้นขอปล่อยบุคคลซึ่งถูกคุมขังโดยมิชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 โจทก์ก็ถือเป็นคู่ความในคดี แม้จะไม่เคยเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็ตาม แต่เป็นเพราะศาลชั้นต้นมิได้มีหมายแจ้งให้โจทก์ทราบถึงการยื่นคำร้องของผู้ร้องหรือส่งสำเนาอุทธรณ์ของผู้ร้องให้โจทก์แก้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้ปล่อยตัวจำเลยย่อมมีผลกระทบต่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกา โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ คดีนี้ผู้ร้องในฐานะเป็นบุตรซึ่งถือเป็นญาติของจำเลยซึ่งกล่าวอ้างว่าจำเลยถูกคุมขังโดยมิชอบ แม้ผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 15 พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 ผู้ร้องก็มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจให้ปล่อยได้ พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ.2555 มาตรา 6 (2) (ง) เป็นบทบัญญัติที่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 8 หมายความว่า หากนักโทษเด็ดขาดรายใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 8 แล้ว จึงจะนำมาตรา 6 มาพิจารณาได้ เมื่อจำเลยเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 138 วรรคสอง ประกอบมาตรา 140 วรรคแรกและวรรคสาม อันเป็นความผิดตามบัญชีลักษณะความผิดท้าย พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 8 (2) ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ลดโทษแล้ว จำเลยจึงไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวตามมาตรา 6 (2) (ง) อีก

Provisions the court ruled on

พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 Section 6 พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 Section 8 ป.วิ.อ. Section 90

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง ประกอบมาตรา 140 วรรคแรก และวรรคสาม จำคุก 1 ปี 6 เดือน คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 วันที่ 27 กันยายน 2555

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ควบคุมตัวจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ขอให้ปล่อยตัวจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ปล่อยตัวจำเลยไปในทันที

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องแก้ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกานั้น เห็นว่า โจทก์เป็นคู่ความในคดี แม้จะไม่เคยเข้าสู่คดีในการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็ตาม แต่ก็เป็นเพราะศาลชั้นต้นมิได้มีหมายแจ้งให้โจทก์ทราบถึงการยื่นคำร้องของผู้ร้องหรือส่งสำเนาอุทธรณ์ของผู้ร้องให้โจทก์แก้ ดังนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้ปล่อยตัวจำเลยไปย่อมมีผลกระทบต่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 ของเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติให้จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 มาตรา 8 แต่ผู้ร้องเห็นว่าจำเลยควรได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 6 (2) (ง) กรณีเป็นการโต้แย้งมติคณะกรรมการซึ่งต้องมีการอุทธรณ์มติของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 นอกจากนี้ผู้ร้องมิได้ยื่นข้อคัดค้านของผู้ร้องต่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ

พ.ศ.2555 มาตรา 15 วรรคท้าย พิจารณาชี้ขาดนั้น เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องในฐานะบุตรซึ่งเป็นญาติของจำเลยยื่นคำร้องโดยกล่าวอ้างว่าเรือนจำกาฬสินธุ์คุมขังจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 มาตรา 6 (2) (ง) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 แม้ผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 ก็ตาม ผู้ร้องก็มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลยุติธรรมที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีอำนาจออกหมายปล่อยตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ปล่อยได้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อต่อไปว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ให้เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ปล่อยตัวจำเลยไปชอบหรือไม่ เห็นว่า พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 นักโทษเด็ดขาดดังต่อไปนี้ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป (ง) เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรหรือทะเบียนรายตัวของเรือนจำในกรณีไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ หรือเป็นคนมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีขึ้นไป" และมาตรา 8 บัญญัติว่า

"นักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษตามบัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษดังต่อไปนี้ (1) ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนเป็นกำหนดโทษจำคุกห้าสิบปี แล้วให้ลดโทษตามลำดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหาร ดังต่อไปนี้ ชั้นเยี่ยม 1 ใน 5, ชั้นดีมาก 1 ใน 6, ชั้นดี 1 ใน 7, ชั้นกลาง 1 ใน 8 โดยให้นับโทษจำคุกนั้นตั้งแต่วันที่ต้องรับโทษ เว้นแต่กรณีที่จะต้องนับโทษต่อจากคดีอื่น ให้นับโทษต่อจากคดีอื่นนั้น (2) ผู้ต้องโทษจำคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกำหนดโทษตามลำดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหารตาม (1)" ดังนี้

บทบัญญัติมาตรา 6 (2) (ง) จึงเป็นบทบัญญัติที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 8 ซึ่งหมายความว่า หากนักโทษเด็ดขาดรายใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 8 แล้ว จึงจะนำมาตรา 6 มาพิจารณาได้ มิใช่หมายความว่านักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษตามบัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกาต้องได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยลดโทษตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 ก่อน และหากนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นยังมีคุณสมบัติ ลักษณะ โทษที่ได้รับมาแล้ว หรือโทษที่ยังคงเหลือที่จะต้องรับโทษต่อไป แล้วแต่กรณี ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 อย่างหนึ่งอย่างใด นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นย่อมได้รับประโยชน์ตามมาตรา 6 ด้วยดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัย

มิฉะนั้นแล้วย่อมไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2555 ที่บัญญัติแบ่งนักโทษเด็ดขาดเป็นประเภทต่าง ๆ ไว้ โดยให้นักโทษเด็ดขาดแต่ละประเภทได้รับพระราชทานอภัยโทษมากน้อยลดหลั่นกันไป และบางประเภทก็ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเลย เมื่อจำเลยเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง ประกอบมาตรา 140 วรรคแรกและวรรคสาม อันเป็นความผิดตามบัญชีลักษณะความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2555 จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 8 (2) ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว โดยจำเลยไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวตามมาตรา 6 (2) (ง) การที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ปล่อยตัวจำเลยจึงมิใช่เป็นการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

Matter details

Panel of judges
ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
Lower court
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายปรีชา พันธไชย
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางพัชร์ภรณ์ อนุวุฒินาวิน
Supreme Court black case no.
อ.505/2556
Trial court black case no.
อ397/2550
Trial court red case no.
อ3165/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7237/2558

ผู้ร้องอ้างตามคำร้องว่า ช. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกควบคุมตัว พ. ไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เมื่อไต่สวนพยานผู้ร้องเสร็จสิ้นแล้วศาลชั้นต้นต้องพิจารณาคำร้องของผู้ร้องและพยานที่ผู้ร้องนำเข้าไต่สว…

Supreme Court Judgment No. 4314/2555

การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 โดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 90 (5) เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ผู้ถูกคุมขัง…

Supreme Court Judgment No. 14293/2553

คำร้องของจำเลยที่อ้างว่า ฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ศาลชั้นต้นตรวจสอบถึงสาระสำคัญคลาดเคลื่อน จึงออกคำพิพากษาที่มิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นกรณีที่จำเลยโต้แย้งว่าค…

Supreme Court Judgment No. 350/2553

สิทธิในการร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ถูกคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ผู้ร้องถูกจับกุมก่อนที่ผู้เสี…

Supreme Court Judgment No. 4827/2550

สิทธิของผู้ถูกคุมขังในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 นั้น มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกคุมขังยังถูกควบคุมหรือขังไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up