Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6288/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาและมีความสัมพันธ์กันในทำนองชู้สาว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยที่ 1 ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(1)เมื่อเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยที่ 1 แต่ฝ่ายเดียวและการหย่านั้นจะทำให้โจทก์ยากจนลง โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด เพราะการหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาคดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1531 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 และอยู่กินเป็นสามีภริยากันจนมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ เด็กชายกฤตินและเด็กหญิงกฤตินีซึ่งขณะนี้อยู่ในความปกครองอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2529 จำเลยที่ 1 ได้อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องจำเลยที่ 2 เป็นภริยาและร่วมกิจการค้า ทั้งจำเลยที่ 2ได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่าจำเลยที่ 2 เป็นภริยาของจำเลยที่ 1โจทก์ได้พูดห้ามปรามจำเลยที่ 1 ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 2ฉันชู้สาว แต่จำเลยที่ 1 ไม่เชื่อฟังกลับหาเหตุทะเลาะวิวาทกับโจทก์และด่าว่าหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์ เป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่จะอยู่กินกันฉันสามีภริยากับโจทก์อย่างร้ายแรงเป็นการประพฤติชั่ว

โจทก์ประสงค์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 1เป็นเงิน 200,000 บาท จากจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 200,000 บาทการหย่านี้เกิดจากความผิดของจำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียว และทำให้โจทก์ยากจนลง จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เดือนละ5,000 บาท ระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยามีสินสมรส คือ ที่ดินบ้าน เงินฝากธนาคาร รถยนต์ และทรัพย์สินภายในบ้านซึ่งโจทก์มีสิทธิจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นเงินทั้งสิ้น 1,049,800 บาทขอให้พิพากษาให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกัน ให้จำเลยที่ 1แบ่งและส่งมอบสินสมรสทั้งหมดแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง และให้จำเลยทั้งสองจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนมีนาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย กับให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรจำเลยที่ 1 ให้การว่า

ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความจริง จำเลยที่ 1ไม่เคยยกย่องหรืออุปการะเลี้ยงดูจำเลยที่ 2 ฉันภริยา ไม่เคยด่าว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องจ่ายค่าทดแทนและค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์และจำเลยที่ 1 ขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่ผู้เดียว โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งที่ดิน จำเลยที่ 1 ไม่เคยมีเงินฝากในธนาคารส่วนทรัพย์สินอื่น คือ รถยนต์ 3 คัน รวมราคาไม่เกิน 60,000 บาทและทรัพย์สินภายในบ้าน ไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นจำนวนเงินได้ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในทำนองชู้สาว จำเลยที่ 2 ไม่ได้แสดงตนว่าเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 และไม่ได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าเสียหายอย่างไร ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

Result

พิพากษาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ให้จำเลยที่ 1 แบ่งสินสมรสเงินสดในธนาคารซึ่งมีอยู่รวมเป็นเงิน 1,988,236.75 บาท และที่ดินพร้อมบ้านเลขที่ 799 ที่ดินที่จังหวัดอุบลราชธานี รถยนต์และทรัพย์สินในบ้านเลขที่ 799 ให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 คนละครึ่งเท่า ๆ กันให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จ่ายค่าทดแทนให้โจทก์คนละ 50,000 บาทกับให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เดือนละ 5,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะทำการสมรสใหม่ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาและมีความสัมพันธ์กันในทำนองชู้สาวโจทก์มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(1) และเมื่อเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยที่ 1แต่ฝ่ายเดียวและการหย่านั้นจะทำให้โจทก์ยากจนลง โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด เพราะการหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1531 วรรคสองพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เว้นแต่ค่าเลี้ยงชีพให้จำเลยที่ 1 จ่ายนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะสมรสใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4793/2533

จำเลยที่ 1 ใช้เท้าเตะโจทก์ได้รับบาดเจ็บถึงกระดูดแขนหัก เป็นการทำร้ายร่างกายที่เข้าลักษณะร้ายแรงเป็นเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(3) จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องจำเลยที่ 2 ฉัน…

Supreme Court Judgment No. 2561/2561

แม้จะฟังได้ว่าข้อกล่าวหาของโจทก์เป็นเหตุหย่าตามกฎหมายก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ให้อภัยในการกระทำของจำเลยแล้ว สิทธิฟ้องหย่าของโจทก์ย่อมหมดไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1518 โจทก์นำ จ.มาอยู่ในบ้านโจทก์และอยู่กินด้วยกั…

Supreme Court Judgment No. 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

Supreme Court Judgment No. 10770/2558

เดิมโจทก์ฟ้องว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะเพราะจดทะเบียนสมรสซ้อน จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่การส่งหมายเ…

Supreme Court Judgment No. 4532/2556

สิทธิได้รับค่าเลี้ยงชีพจะมีได้เมื่อการสมรสสิ้นสุดลง การหย่าโดยคำพิพากษาย่อมมีผลให้การสมรสสิ้นสุดนับแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1531 วรรคสอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยมิได้สั่งเรื่องค่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up