คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ขวานและจอบฟันและตีทำร้ายร่างกายนายศรีมูล บัวเงิน ได้รับอันตรายสาหัส ฟันแท้หัก ๓ ซี่ ซึ่งเป็นการเสียอวัยวะส่วนหนึ่งของร่ากาย และเป็นเหตุให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๒๙๗(๓) (๔)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส โดยฟันแท้หัก ๓ ซี่ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗(๓) จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การเป็นประโยชน์แก่ทางพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๘ เดือน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงดังศาลชั้นต้นฟังมา แต่วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายไม่ถึงสาหัส พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะข้อปรับบทเป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗(๓)
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคำว่า "อวัยวะอื่นใด" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๓) น่าจะหมายความถึงอวัยวะส่วนสำคัญ เช่น แขน ขา มือ เท้า นิ้ว ดังระบุไว้ตอนต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเห็นว่า ฟันทั้งหมดในปากรวมกัน ก็เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ ถ้าฟันหักไปหลายซี่เป็นเหตุให้ส่วนที่เหลืออยู่ใช้การไม่ได้ตามสภาพของฟัน เช่น เคี้ยวอาหารไม่ได้ไปแถบหนึ่ง ก็ถือได้ว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญอันเป็นอันตรายสาหัส แต่อย่างไรก็ตาม ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ขวานฟันและใช้จอบตีผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ฟันแท้บนด้านหน้าของผู้เสียหายหัก ๓ ซี่นั้น ศาลฎีกาก็เห็นว่า เพียงแต่ได้ความว่าฟันแท้บนด้านหน้าหักไป ๓ ซี่ จะถือว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญยังมิได้ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นว่าเมื่อถูกทำร้ายแล้ว ผู้เสียหายใช้ฟันที่เหลืออยู่เคี้ยวอาหารไม่ได้ ตามนัยที่กล่าวข้างต้น แต่เมื่อโจทก์มิได้นำสืบในเรื่องนี้อย่างใดเลย คดีก็ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ (๓) ไม่ได้
Result
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.