คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้เหล็กสามเหลี่ยมปลายแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายนายปรีชา ทับทอง จนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยแทงผู้ตายในคืนเกิดเหตุจริงแต่เห็นว่ามูลเหตุที่จะแทงผู้ตายก็มีเพียงเล็กน้อย จำเลยลอบเข้าไปแทงทางข้างหลังเพียงครั้งเดียวแล้วหนีไป คดียังไม่ชัดเจนพอที่จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ให้จำคุก จำเลย 7 ปี ของกลางริบโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยลอบเข้าไปแทงทางเบื้องหลังด้วยเหล็กแหลมสามเหลี่ยมยาวทั้งตัวและด้ามประมาณ 1 คืบแทงที่ใกล้สบักซ้ายเป็นแผลรูปสามเหลี่ยมลึกถึง 5 นิ้วฟุตแสดงว่าแทงโดยแรง
กิริยาอาการของจำเลยประกอบด้วยอาวุธและลักษณะบาดแผลของผู้ตายชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุกจำเลยสิบห้าปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง หากเห็นว่าจำเลยกระทำผิดก็ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา ได้มีคนร้ายลอบเข้าไปแทงนายปรีชาผู้ตายทางด้านหลังด้วยเหล็กปลายแหลมขณะผู้ตายกำลังยืนดูรำวง ผู้ตายได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยทำร้าย เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีโจทก์มั่นคงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยได้ใช้เหล็กปลายแหลมของกลางแทงผู้ตายจริง การกระทำของจำเลยจะผิดฐานใดนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้ลอบเข้าไปแทงทางเบื้องหลังตรงที่สำคัญบาดแผลลึกถึง 5 นิ้วฟุต แสดงว่าแทงโดยแรง พฤติการณ์ดั่งนี้ส่อแสดงให้เห็นได้ชัดว่าจำเลยตั้งใจแทงโดยมีเจตนาจะฆ่าให้ตายฉะนั้น จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจึง
Result
พิพากษายืน