Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 633112)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การร้องขอกันส่วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 ต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่คดีนี้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทที่เป็นทรัพย์มรดกของ ป. และ ต. ให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ เนื่องจาก ป. ต. ส. และจำเลยที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์รวมกันในที่ดินพิพาทโดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นทายาทของ ส. การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์มรดกของ ป. และ ต. ให้โจทก์ทั้งสองตามส่วน โดยคู่ความตกลงกันให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้แบ่งกันตามส่วน จึงเป็นเรื่องบังคับให้จำเลยทั้งสามแบ่งที่ดินพิพาทในระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมด้วยกัน แล้วจัดการแบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองเท่านั้น หาได้มีการบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามไม่ ผู้ร้องทั้งสี่จึงไม่อาจขอกันส่วนโดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสี่เป็นทายาทของ ส. ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม และมีสิทธิรับมรดกในส่วนของ ส. ร่วมกับจำเลยทั้งสาม เป็นเรื่องที่ผู้ร้องทั้งสี่จะต้องไปดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างหากคดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เรียกผู้ร้องในสำนวนแรกว่า ผู้ร้องที่ 1 เรียกผู้ร้องทั้งสามในสำนวนหลังว่า ผู้ร้องที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 และเรียกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางแป้น และนายติ๊ด ตามลำดับกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะทายาทของนายใส และจำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัวแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 2572 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยให้โจทก์ที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของนางแป้น 1 ส่วน ให้โจทก์ที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของนายติ๊ด 1 ส่วน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีส่วนร่วมกันในส่วนของนายใส 1 ส่วน ให้จำเลยที่ 3 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของตนเองตามโฉนด 3 ส่วน ในจำนวนทั้งสิ้น 6 ส่วน โดยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำที่ดินขายทอดตลาดแล้วเอาเงินที่ได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการขายแล้วมาแบ่งกันตามส่วน ต่อมาโจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อบังคับตามคำพิพากษา

ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้กันส่วนที่ดินพิพาทเฉพาะที่เป็นทรัพย์มรดกของผู้ร้องทั้งสี่รวมประมาณ 80 ตารางวา ออกจากการขายทอดตลาด โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 2572 ตำบลบางพระ อำเภอบางพระ (ศรีราชา) จังหวัดชลบุรี ให้แก่ทายาทของนายใส ผู้ตาย 1 ใน 6 ส่วนตามรูปแผนที่สังเขป แล้วแบ่งเป็น 7 ส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนละ 19.97 ตารางวา โดยให้กันส่วนของผู้ร้องที่ 1 ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก กับกันส่วนของผู้ร้องที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกออกจากการขายทอดตลาด แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า นางแป้น นายติ๊ด นายใส และจำเลยที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 2572 ตำบลบางพระ อำเภอบางพระ (ศรีราชา) จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 36.50 ตารางวา ต่อมานางแป้น นายติ๊ด และนายใส ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางแป้น และโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายติ๊ด ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะทายาทของนายใสและจำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัวให้แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองตามส่วนในแผนที่สังเขปพิพาทท้ายฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยให้โจทก์ที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของนางแป้น 1 ส่วน ให้โจทก์ที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของนายติ๊ด 1 ส่วน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีส่วนร่วมกันในส่วนของนายใส 1 ส่วน และให้จำเลยที่ 3 มีกรรมสิทธิ์ในส่วนของตนเอง 3 ส่วน ในจำนวนทั้งสิ้น 6 ส่วน

คู่ความยินยอมตกลงกันขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเอาเงินที่ได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแบ่งกันตามส่วนดังกล่าว โดยจำเลยที่ 3 ได้มอบโฉนดที่ดินพิพาทต่อศาลเพื่อมอบให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการตามข้อตกลง คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งสี่ว่า ผู้ร้องทั้งสี่จะร้องขอกันส่วนในที่ดินพิพาทได้หรือไม่ เห็นว่า การร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่คดีนี้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทที่เป็นทรัพย์มรดกของนางแป้นและนายติ๊ด ให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ

เนื่องจากนางแป้น นายติ๊ด นายใสและจำเลยที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์รวมกันในที่ดินพิพาทโดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นทายาทของนายใส การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์มรดกของนางแป้นและนายติ๊ดให้โจทก์ทั้งสองตามส่วน โดยคู่ความตกลงกันให้นำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้แบ่งกันตามส่วน จึงเป็นเรื่องบังคับให้จำเลยทั้งสามแบ่งที่ดินพิพาทในระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมด้วยกัน แล้วจัดการแบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองเท่านั้น หาได้มีการบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามไม่ ผู้ร้องทั้งสี่จึงไม่อาจขอกันส่วนโดยอ้างว่า ผู้ร้องทั้งสี่เป็นทายาทของนายใสผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม และมีสิทธิรับมรดกในส่วนของนายใสร่วมกับจำเลยทั้งสาม เป็นเรื่องที่ผู้ร้องทั้งสี่จะต้องไปดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างหาก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วิวรรต นิ่มละมัย · ชุติมนต์ โพธิเดช · สุรทิน สาเรือง
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2836/2566

ที่ดินพิพาทมีชื่อ ป. ท. ส. จำเลยที่ 2 และ น. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยเจ้าของรวมเหล่านั้นมิได้แบ่งการครอบครองที่ดินพิพาทเป็นส่วนสัด เมื่อ น. ถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทส่วนของ น. ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทา…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 2260/2562

ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง บัญญัติเพียงแต่ว่าการโอนสิทธิเรียกร้องจะต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ หาได้กำหนดบังคับไม่ว่าจะต้องนำความไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้ความว่า ธ. ได้โอนสิทธิเรียกร…

Supreme Court Judgment No. 7397/2561

การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองตามคำพิพากษาไม่บังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นที่สุดในคดีนั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) มีผลเพียงทำให้ผู้ร้องหมดสิทธิบ…

Supreme Court Judgment No. 1108/2561

ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบริษัทเงินทุน ท. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เป็นการตั้งเร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up