Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6336/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การกระทำของจำเลยที่ใช้ปากอมอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 จากนั้นจับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ใส่เข้าไปในทวารหนักของจำเลยถือได้ว่าเป็นการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานกระทำชำเรา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 317

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 มาตรา 317 (ที่ถูก มาตรา 277 วรรคสาม, มาตรา 317วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก 14 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 20 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก มาตรา 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 3 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 6 ปีรวมจำคุก 9 ปี โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายที่ 3 และโจทก์ร่วมไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงว่าจะแกล้งปรักปรำจำเลย และเบิกความได้สอดคล้องเชื่อมโยงกันน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 3 เป็นเด็กอายุ 12 ปีเศษ แม้เป็นเด็กผู้ชายแต่ก็ไม่ปรากฏว่าเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ใดมาก่อน ยิ่งผู้เสียหายที่ 3 ถูกจำเลยซึ่งเป็นเพศชายด้วยกันกระทำทางเพศในลักษณะดังกล่าว ย่อมเป็นเรื่องน่าอับอายเชื่อว่าผู้เสียหายที่ 3 เบิกความไปตามความจริง พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ไม่ผิดตัว

ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าผู้เสียหายที่ 3 เบิกความตอบศาลว่าจำเลยซึ่งเดินอยู่หน้ากล้องวีดีโอวงจรปิดไม่ใช่ชายคนที่เรียกผู้เสียหายที่ 3 เข้าไปหา และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าจำเลยมีลักษณะคล้ายกับชายคนที่พาไปกระทำชำเรา พยานไม่แน่ใจว่าจะเป็นชายคนที่พาพยานไปกระทำชำเราจริงหรือไม่ และตามคำเบิกความของนายแพทย์ศมสุข ประกอบรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่ 3 นั้น เห็นว่าข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก สำหรับที่จำเลยฎีกาว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยป่วยเป็นโรคร้ายแรงมาก่อน สมรรถภาพทางเพศเสื่อมถอยลงเป็นสาเหตุให้ไม่อาจกระทำความผิดตามฟ้อง และจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ที่แท้จริง

หากแต่ผู้กระทำความผิดที่แท้จริงคือนายสมภพ ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันกับจำเลยนั้นเห็นว่า เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมต่อไปว่า การกระทำของจำเลยที่ใช้ปากอมอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 จากนั้นจับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3ใส่เข้าไปในทวารหนักของจำเลยนั้นเป็นความผิดฐานกระทำชำเราตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การใช้ปากและทวารหนักของจำเลยกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง แล้ว

ดังนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 3 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ประยูร ณ ระนอง
Lower court
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธีระศาสตร์ มงคลภัทรสุข
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ
Supreme Court black case no.
อ.1098/2555
Trial court black case no.
อ2715/2552
Trial court red case no.
อ5616/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 421/2566

ต. พาผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กไปส่งให้จำเลย และจำเลยรับตัวผู้เสียหายไว้ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อนำตัวผู้เสียหายไปกระทำชำเราซึ่งจำเลยได้กระทำแล้วหลายครั้ง ทั้งยังไปติดตามผู้เสียหายในที่สาธารณะโดยส่งเสียงโวย…

Supreme Court Judgment No. 3467/2565

ตาม ป.อ. มาตรา 3 ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด การที่จำเลยใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของ…

Supreme Court Judgment No. 1843/2563

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม มุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองดูแลของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก มิให้ถูกผู้ใดล่วงละเมิดได้ ข้อสาระส…

Supreme Court Judgment No. 1333/2563

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยอ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up