Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 634114)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยมีคำขอท้ายอุทธรณ์ให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลล่างทั้งสองรับรองให้โจทก์ร่วมฎีกา อุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วมดังกล่าวจึงมิใช่อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์ร่วม แต่เป็นอุทธรณ์คำสั่งในเรื่องที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งอุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วมดังกล่าวตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 วรรคสอง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วมโดยเห็นว่าโจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งหลังจากครบกำหนดแล้ว เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสามคดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ร่วม และแจ้งคำสั่งให้โจทก์ร่วมทราบ โจทก์ร่วมได้รับหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม 2557

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นมีกำหนด 30 วัน อ้างว่าโจทก์ร่วมย้ายภูมิลำเนา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตถึงวันที่ 18 เมษายน 2557 เมื่อถึงวันดังกล่าวโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอีก 30 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลล่างทั้งสองรับรองให้โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การอนุญาตให้ฎีกาเป็นดุลพินิจเฉพาะตัว และเป็นอำนาจโดยแท้ของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา คู่ความไม่ว่าฝ่ายใดไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวได้ จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วมฉบับวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ร่วม ชอบที่ศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องเช่นว่านี้ไปยังศาลฎีกาพร้อมฎีกาและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ไม่เป็นการควรที่ศาลชั้นต้นด่วนมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ดี ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตรวจสำนวนโดยตลอดแล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมให้โจทก์ร่วมทราบโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อมาวันที่ 20 มีนาคม 2557 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งอีก 30 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ 18 เมษายน 2557 ต่อมาวันที่ 18 เมษายน 2557 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อไปอีก 30 วัน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง หากโจทก์ร่วมเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งฉบับลงวันที่ 18 เมษายน 2557 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนด คือ วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 แต่โจทก์ร่วมหาได้ทำการดังกล่าวแต่ประการใด กลับยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 หลังจากครบกำหนดแล้ว ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วมชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยมีคำขอท้ายอุทธรณ์ให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลล่างทั้งสองรับรองให้โจทก์ร่วมฎีกา ดังนี้ อุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วมดังกล่าวจึงมิใช่อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์ร่วม แต่เป็นอุทธรณ์คำสั่งในเรื่องที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งอุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วมดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรคสอง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วมโดยเห็นว่าโจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์คำสั่งหลังจากครบกำหนดแล้ว

เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Result

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม

Matter details

Panel of judges
สิริรัตน์ จันทรา · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5087/2568

แม้จำเลยจะยื่นคำร้องขอถอนฎีกาด้วยตนเองและได้แสดงตัวตนในขณะยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 แต่เมื่อขณะนั้นผู้ประกันยังไม่ได้มอบตัวจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 ปร…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 2483/2566

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ย่อมมีผลทำให้คดีเสร็จไปจากศาลชั้นต้นแล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณานับแต่โจทก์ถอนฟ้องและเพิกถอนคำสั่งจ…

Supreme Court Judgment No. 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

Supreme Court Judgment No. 3728/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up