เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑ กับพวกรวม ๙ คน ซึ่งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ส่วนจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ เป็นเอกชนว่าได้เข้าร่วมในการจัดทำบริการสาธารณะในการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ในโครงการขุดลอกห้วยโพนงาม โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชนกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการขุดลอกห้วยนำดินขึ้นมาทำถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ตลอดจนการนำดินลูกรังถมถนนดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การว่า ถนนริมคลองดังกล่าวเป็นทางสาธารณะ
การทำถนนมิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ ขาดนัดยื่นคำให้การ เห็นว่า แม้เหตุแห่งการฟ้องคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งเก้า ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชนกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการขุดลอกห้วยนำดินขึ้นมาทำถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ตลอดจนการนำดินลูกรังถมถนนดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ แต่การกระทำดังกล่าวมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันจะเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ทั้งข้อพิพาทดังกล่าวเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งเก้า ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์การที่จำเลยทั้งเก้าขุดลอกห้วยนำดินขึ้นมาทำถนน ตลอดจนการนำดินลูกรังถมถนนดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก็เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่หากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือตกเป็นทางภาระจำยอมตามกฎหมายแล้วจะเป็นผลให้จำเลยทั้งเก้ามีอำนาจเข้าไปทำการขุดลอกห้วยนำดินขึ้นมาทำถนนในที่ดินพิพาท ตลอดจนการนำดินลูกรังถมถนนตามโครงการขุดลอกห้วยโพนงามได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้นข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดและสิทธิในที่ดิน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()