เนื้อความคำพิพากษา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องกรมทางหลวง ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๒๒๙๗ , ๒๒๒๙๘ , ๒๒๒๙๙ และ ๒๒๓๐๐ ได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีเวนคืนที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วนเพื่อดำเนินโครงการขยายทางหลวงแผ่นดิน สายชุมแสง-หนองบัว โดยไม่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี และปล่อยให้ที่ดินที่ถูกเวนคืนมีสภาพรกร้าง โดยไม่มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ถูกเวนคืน ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยหรือคืนที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีให้การ โดยสรุปว่า ที่ดินบริเวณพิพาทไม่มีการจ่ายค่าทดแทนที่ดินเนื่องจากมีการอุทิศที่ดินบริเวณพิพาทให้เป็นเขตทางหลวง ที่ดินบริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีจะกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีเวนคืนที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วนเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินสายชุมแสง-หนองบัว และไม่จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงินค่าทดแทนที่ดิน แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องและคำให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดียังไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ มีเพียงการกำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๑๑๙ สายชุมแสง-หนองบัว-ท่าตะโก ตอนอำเภอชุมแสง-บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ (อำเภอหนองบัว) พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยที่ยังมิได้ทำการเวนคืนหรือดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณพิพาท และผู้ถูกฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าที่ดินบริเวณพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
กรณีจึงมิใช่การฟ้องคดีเพื่อขอให้รัฐรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เอกชนที่เกิดจากการใช้อำนาจทางปกครองของรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินการตามโครงการขยายทางหลวง อันจะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เป็นกรณีที่คู่กรณียังโต้แย้งกันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินบริเวณพิพาทว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดเลขที่ ๒๒๒๙๗ , ๒๒๒๙๘ , ๒๒๒๙๙ และ ๒๒๓๐๐ ได้ถูกเวนคืนบางส่วนเพื่อสร้างเป็นทางหลวงตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างหรือเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน คดีนี้จึงเป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()