คำฟ้องและคำให้การ
ศาลเดิมฟังว่าโจทก์ได้ปกครองที่พิพาทโดยทางปรปักษ์มา ๒๐ ปีกว่าให้ขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องอ้างเหตุว่า (๑) ที่ดินนี้ได้โอนกรรมสิทธิเป็นท่อด ๆ เจ้าของกรรมสิทธิไม่ได้ถือที่ดินนานพอที่จะให้บุคคลอื่นปกครองปรปักษ์ได้ (๒) โจทก์ มีพะยานว่าโจทก์ได้อยู่ในที่ดินนั้นแต่ไม่ปรากฎว่าอนยู่โดยอำนาจอะไร โจทก์สืบไม่สมว่าปกครองปรปักา์ (๓) หลักฐานในสำนวนฟังได้ว่าโจทก์อยู่โดยอาศัย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์อ้างเหตุข้อ ๑ นั้นไม่ชอบ เพราะอายุความปรปักษ์เป็นอายุความได้สิทธิในที่ดินไม่เกี่ยวกับผู้ถือกรรมสิทธ (ป.พ.พ.ม.๑๗๘๒) เหตุข้อ ๒ ก็ไม่ชอบเหมือนกัน เพราะกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผุ้ใดปกครองที่ดินผู้นั้นปกครองในสิทธิของตนเอง คือปกครองปรปักษ์ (ป.พ.พ.ม.๑๓๖๙-๑๓๗๐) จึงเป็นหน้าที่จำเลยจะต้องสืบว่าโจทก์อาศัยเหตุข้อ (๓) ไม่มีพะยานในสำนวนสนับสนุนมีแต่พะยานบอกเล่าซึ่งฟังไม่ได้ ให้ขับไล่จำเลย(เทพ-พรหม-วิกรม)พระมนู+ - นาย+ -