คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยโฆษณาไขข่าวหมิ่นประมาทละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทนจำเลยให้การต่อสู้หลายประการวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นว่าประเด็นแห่งคดีคงมีเพียงว่าโรงเรียนฉี่หมินและโจทก์ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนเสียหายมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ส่วนการประกอบอาชีพทางการค้าหรือเกียรติคุณอื่น ๆ ของโจทก์ไม่มีประเด็นที่จะนำสืบกัน จึงสั่งให้โจทก์นำสืบเฉพาะที่โจทก์มีในฐานะผู้จัดการโรงเรียนฉี่หมินได้รับความเสียหายมากน้อยอย่างไรประเด็นเดียว โจทก์โต้แย้งคำสั่งนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยและให้จัดการประกาศหนังสือพิมพ์ขอขมา 1 เดือนโจทก์อุทธรณ์รวมทั้งคำสั่งเกี่ยวกับให้สืบประเด็นเดียวด้วยส่วนจำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้สืบพยานโจทก์จำเลยในประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์มาให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาว่า ไม่ควรฟังว่าหมิ่นประมาทตัวโจทก์ศาลฎีกาเห็นว่า เดิมโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200,000 บาทแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพียง 10,000 บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเรื่องความเสียหายของโจทก์เกี่ยวกับเกียรติคุณและชื่อเสียงในทางอื่นตามที่โต้แย้งไว้เพียงข้อเดียว ส่วนค่าเสียหายไม่ติดใจอุทธรณ์ให้พิพากษาตามคำขอท้ายฟ้องแต่อย่างใด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่ขอเรียกร้องค่าเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท และไม่เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์เกินกว่านั้นแล้ว คดีโจทก์ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องวินิจฉัยเพราะถึงอย่างไรเสีย โจทก์จะได้รับค่าเสียหายเกินกว่าจำนวนนั้นไปไม่ได้อีกแล้ว จึงไม่สมควรที่ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์และฎีกาของโจทก์ในกรณีเช่นนี้
Result
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อที่ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ต่อไป เพราะโจทก์พอใจในจำนวนค่าเสียหายเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว แต่อุทธรณ์ของจำเลยศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย จึงให้ย้อนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาต่อไป