คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำความตกลง ขอเปิดบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๔๘๘ ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๙๓ ปรากฎว่าจำเลยได้ออกเช็คสั่งให้ธนาคารโจทก์จ่ายเงินเกินกว่าจำนวนเงินที่จำเลยนำมาฝากไว้กับธนาคารโจทก์ คือเบิกเกินบัญชีเป็นจำนวน ๑๓๒๑๗๐ บาท ๘๒ สตางค์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ จำเลยต่อสู้คดีหลายประการ ข้อหนึ่งว่าเช็คเลขที่ ๐๔๘๖๙ ซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายนั้น โจทก์นำไปเข้าบัญชีเดินสะพัดของ จำเลยด้านจ่าย เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ ซึ่งเป็นเวลาเกิน ๖ เดือนแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจทำได้ ต้องห้ามตาม ป.ม. แพ่งฯ มาตรา ๙๙๑ ฯลฯ ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้เปิดบัญชีเดินสะพัดกับธนาคาร แต่ พ.ศ. ๒๔๘+ ครั้นวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๙๐ จำเลยได้ตกลงกับผู้ตรวจการธนาคาร ขอยืมเงินหนึ่งแสนบาท ธนาคารจึงออกเช็คเลขที่ ๒๐๕๕๖๕ จำนวนเงิน ๑ แสนบาท ให้จำเลย ๆ ได้เอาเช็คเข้าบัญชีเดินสะพัดจำเลย และจำเลยได้ออกเช็คเลขที่ ๐๔๘๖๙ ของธนาคารโจทก์จ่ายเงิน แสนบาทแก่ธนาคารโจทก์ แต่ลงวันล่วงหน้า ๑ เดือน ต่อมาปรากฎว่าจำเลยเบิกเงินเกินบัญชี ไป ๑๓๒๑๗๐ บาท ๘๒ สตางค์. ในประเด็นที่จำเลยเถียงว่า การเอาเช็คซึ่งจำเลยจ่ายเข้าบัญชีช้านานเกินหกเดือน จำเลยไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่าเช็ค ของจำเลยฉะบับนี้เป็นเช็คธนาคารโจทก์ และจำเลยก็จ่ายให้ธนาคารโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีเงินในธนาคารตามเช็คนี้ แล้ว การเอาเช็คเข้าบัญชีช้าหรือเร็วก็ไม่มีผลแก่คดีจำเลยแต่อย่างใด ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
Result
จึงพิพากษายืน./