Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6412/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาทั้งสองสำนวนว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ที่ 2 แต่เพียงฝ่ายเดียว และค่าเสียหายสูงเกินความจริง ล้วนเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและในการกำหนดค่าเสียหาย จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อสำนวนแรกมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง สำหรับสำนวนหลัง แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสามเป็นคดีเดียวกันให้ชำระหนี้รวมเป็นเงิน 208,801.55บาท ก็ตาม แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่เรียกร้องให้โจทก์ทั้งสามรับผิดต่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นหนี้ที่แบ่งแยกได้ การคิดทุนทรัพย์ที่พิพาทในคดีจึงต้องคิดทุนทรัพย์ตามฟ้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แยกต่างหากจากกัน คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แม้ว่าคดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีทุนทรัพย์ 165,801.55 บาท จะไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ก็ไม่อาจฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เพราะทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง สำหรับคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีทุนทรัพย์เพียง 43,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้อง คดีย่อมต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ย่อมเป็นการไม่ชอบเมื่อจำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อมาก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6412/2538๓๗ บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัดโจทก์๘ นายใช้ เจียมจรัสรังสี กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 224 วรรคหนึ่ง, ม. 248 วรรคหนึ่ง, ม. 249 วรรคหนึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาทั้งสองสำนวนว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ที่ 2 แต่เพียงฝ่ายเดียว และค่าเสียหายสูงเกินความจริง ล้วนเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและในการกำหนดค่าเสียหาย จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อสำนวนแรกมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง สำหรับสำนวนหลัง แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสามเป็นคดีเดียวกันให้ชำระหนี้รวมเป็นเงิน 208,801.55บาท

ก็ตาม แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่เรียกร้องให้โจทก์ทั้งสามรับผิดต่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นหนี้ที่แบ่งแยกได้ การคิดทุนทรัพย์ที่พิพาทในคดีจึงต้องคิดทุนทรัพย์ตามฟ้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แยกต่างหากจากกัน คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แม้ว่าคดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีทุนทรัพย์ 165,801.55 บาท จะไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ก็ไม่อาจฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เพราะทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง สำหรับคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีทุนทรัพย์เพียง 43,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้อง

คดีย่อมต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ย่อมเป็นการไม่ชอบเมื่อจำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อมาก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Matter details

Panel of judges
ธีระจิต ไชยาคำ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์
ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Supreme Court Judgment No. 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

Supreme Court Judgment No. 1809/2546

เมื่อข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่จำเลยได้กล่าวอ้างไว้ในอุทธรณ์ซึ่งไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากเป็นคดีที่ต้องห้…

Supreme Court Judgment No. 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

Supreme Court Judgment No. 9686/2539

เมื่อได้ความว่าขณะยื่นคำฟ้องที่ดินและตึกแถวพิพาทตามสัญญาเช่า ให้จำเลยเช่าเดือนละ 1,000 บาท ดังนั้นที่ดินและตึกแถวพิพาทที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจึงมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท จึงเป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up