คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 203,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และแก่โจทก์ที่ 3เป็นเงิน 282,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 203,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 2 51,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย และแก่โจทก์ที่ 3 47,483 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าแม้จำเลยทั้งสองจะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองเป็นเงิน 203,500 บาท
ก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตัวฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ของโจทก์แต่ละคนรวมกันมา ก็ต้องถือทุนทรัพย์ที่พิพาทของโจทก์แต่ละคนแยกกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับโจทก์ที่ 2 และที่ 3จึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ดังนั้นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่า เหตุรถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทของโจทก์ที่ 3 แต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่งพิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ 2 และที่ 3 นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1