Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6543/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนในการสั่งซื้อหุ้นให้แก่โจทก์ในชื่อโจทก์ถูกต้องแล้ว โจทก์จึงไม่อาจบอกเลิกสำหรับการที่จำเลยได้ทำแทนแล้วเสร็จ สมบูรณ์ นั้นได้อีก

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2521 โจทก์ได้ให้จำเลยเป็นตัวแทนเพื่อซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยโจทก์ฝากเงินจำนวน 800,000 บาท ไว้ และจำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนดังกล่าวให้แล้วโจทก์จำนำตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นไว้เพื่อประกันหนี้ที่จะสั่งซื้อหุ้นดังกล่าวซึ่งสามารถซื้อหุ้นได้ 3 เท่าของจำนวนเงินที่ฝากจำเลยไว้ หลังจากนั้นโจทก์ได้สั่งซื้อหุ้นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด รวมเป็นเงิน 423,000 บาทและหุ้นของบริษัทชลประทานซีเมนต์ จำกัด รวมเป็นเงิน 1,545,500 บาทโจทก์แจ้งให้จำเลยส่งมอบใบหุ้นของบริษัททั้งสองแต่จำเลยไม่ส่งอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนโดยชอบ ต่อมาวันที่ 21มิถุนายน 2526 จำเลยได้ขายหุ้นของบริษัททั้งสองไปได้เงินทั้งสิ้น758,600 บาท โดยปราศจากคำสั่งขายของโจทก์โดยไม่มีอำนาจทำได้โจทก์ให้ทนายความทวงถามให้ส่งมอบใบหุ้นของบริษัททั้งสองแต่จำเลยเพิกเฉย

โจทก์จึงบอกเลิกการเป็นตัวแทน จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินอัตราร้อยละ10 ต่อปี นับแต่เดือนตุลาคม 2521 เป็นต้นไป ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,626,280 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปีจากต้นเงิน 800,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์มอบเงินให้ไว้เพียง 100,000 บาทจำเลยไม่เคยออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 800,000 บาท ให้โจทก์และไม่เคยรับจำนำตั๋วสัญญาใช้เงินดังที่โจทก์อ้าง ตามประเพณีปฏิบัติในตลาดหลักทรัพย์ จำเลยจะเป็นผู้สำรองจ่ายเงินค่าหุ้นที่สั่งซื้อทั้งหมดไปก่อน และโจทก์จะต้องนำเงินค่าซื้อหุ้นมาชำระคืนภายใน3 วัน นับแต่วันที่ซื้อหุ้นนั้นไว้

หากไม่ชำระจำเลยมีสิทธินำหุ้นออกขายได้ โจทก์สั่งซื้อหุ้นแล้วไม่ชำระราคาค่าหุ้นที่จำเลยสำรองจ่ายไปตลาดทั้งค่านายหน้าและดอกเบี้ย จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ชำระแล้วโจทก์เพิกเฉย จึงได้คิดหักกลบบัญชีถึงวันที่ 30 เมษายน 2525โจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่ 1,894,828.78 บาท จึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้และผิดสัญญา จำเลยจึงนำหุ้นออกขายโดยไถ่ถอนหุ้นพิพาทจากธนาคารกรุงไทย จำกัด เป็นเงิน 585,549.21 บาท เมื่อหักค่าดอกเบี้ยค่านายหน้าคิดถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2529 โจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่1,520,712.99 บาท โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม2522 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 826,280 บาท ตามที่โจทก์ขอมาจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบตรงกันฟังเป็นยุติได้ว่า เงินจำนวน 800,000 บาท ที่โจทก์ฝากจำเลยไว้ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น เป็นการฝากไว้เพื่อประโยชน์เป็นประกันในการที่โจทก์ให้จำเลยซื้อหุ้นแทน และจำเลยได้ซื้อหุ้นให้แก่โจทก์ตามสั่งแล้วเป็นจำนวนเงิน 1,968,500 บาทจริง ต่อมาสภาวะหุ้นตกต่ำ ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ธนาคารกรุงไทย จำกัดเข้าซื้อหุ้นของลูกค้าและนายหน้าไว้โดยให้มีสิทธิซื้อคืนภายใน 3 ปีโจทก์และจำเลยได้คิดบัญชีแล้ว โจทก์คงเป็นหนี้จำเลยอยู่1,366,766.50 บาท

ต่อมาได้ซื้อหุ้นคืนมาซึ่งจำเลยกับโจทก์ได้คิดบัญชีกันอีกครั้งหนึ่งแล้วโจทก์คงเป็นหนี้จำเลยรวมต้นเงินและดอกเบี้ยแล้วเป็นเงิน 1,894,828.78 บาท และต่อมาเมื่อวันที่21 มิถุนายน 2526 จำเลยได้ขายหุ้นของโจทก์ทั้งหมดไปเป็นเงิน758,600 บาท ซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยขายโดยโจทก์มิได้สั่ง เป็นการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตัวแทนข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติดังกล่าวข้างต้นนี้สรุปได้ความจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนในการสั่งซื้อหุ้นให้แก่โจทก์ในชื่อโจทก์ถูกต้องแล้ว ต่อมาที่จำเลยยังได้ขายหุ้นและซื้อคืนจากธนาคารกรุงไทยนั้น ก็กระทำในชื่อของโจทก์โดยมีการคิดหักทอนบัญชีกันสองครั้งซึ่งสรุปแล้วโจทก์คงเป็นหนี้จำเลยอยู่ 1,894,828.78บาท โดยจำเลยได้ลงชื่อรับสภาพหนี้ไว้ ตามเอกสาร

ล.11 ดังนั้นการทำหน้าที่เป็นตัวแทนโจทก์ในการซื้อหุ้นดังกล่าวจึงถูกต้องสมบูรณ์ต่อหน้าที่ของตัวแทนและโจทก์ก็ได้ยอมรับแล้วตั้งแต่การซื้อครั้งแรกตลอดจนกว่าซื้อคืน โจทก์จึงไม่อาจบอกเลิกสำหรับการที่จำเลยได้ทำแทนแล้วเสร็จ สมบูรณ์ นั้นได้อีก ทั้งหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยทำแทนโจทก์ดังกล่าวนี้สูงท่วมจำนวนเงินค้ำประกันอยู่มากภาระการค้ำประกันยังไม่หลุดพ้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกคืนได้ส่วนปัญหาที่โจทก์อ้างว่าจำเลยขายหุ้นของโจทก์โดยมิชอบหากเป็นจริงก็ไม่ได้ก่อสิทธิแก่โจทก์ที่จะบอกเลิกการที่ตัวแทนได้ทำหน้าที่ถูกต้องสมบูรณ์ไปแล้วก่อนหน้านั้นได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอเรียกเงินค้ำประกันคืนเช่นกันพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
วินัย วิมลเศรษฐ · นาย ยิ้มแย้ม · ชูชาติ ศรีแสง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6615/2553

เมื่อสัญญายังไม่เลิกกันเพราะการบอกเลิกสัญญาของจำเลย คู่สัญญาจึงยังมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา กล่าวคือ โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระราคาส่วนที่เหลือและจำเลยมีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองห้องแ…

Supreme Court Judgment No. 1465/2548

โจทก์ฟ้องเรียกเงินมัดจำ 935,442 บาท คืนพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยได้รับไว้จนถึงวันฟ้อง โดยอาศัยเหตุการคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคสอง และขอดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15…

Supreme Court Judgment No. 1378/2546

สัญญาว่าจ้างปลูกสร้างบ้านระบุว่าโจทก์จะชำระค่าจ้างในวันทำสัญญา150,000 บาท และให้ถือว่าเป็นการชำระเงินงวดที่ 1 และชำระเงินงวดอีก 1,433,190บาท โดยแบ่งชำระรวม 21 งวด ภายในวันที่ 20 ของเดือน ส่วนที่เหลือ…

Supreme Court Judgment No. 1664/2539

โจทก์ทำสัญญาซื้ออุปกรณ์การเจาะน้ำมันจากจำเลยรวม6 รายการ ในราคา 965,000 บาท ซึ่งจำเลยจะต้องส่งมอบอุปกรณ์การเจาะน้ำมันให้โจทก์ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2532 แต่จำเลยมีหนังสือแจ้งขอเลื่อนเวลาส่งมอบออกไปเป็…

Supreme Court Judgment No. 4871/2539

โจทก์มิได้ชำระเงินค่างวดตามระยะเวลาที่กำหนดไว้แม้โจทก์ชำระค่างวดล่วงเลยเวลาที่กำหนดจำเลยก็ยอมรับเงินนั้นตลอดมาไม่ได้มีการทักท้วงหรือให้จ่ายเบี้ยปรับตามสัญญาแต่อย่างใดแสดงว่าคู่สัญญามิได้มีเจตนาถือเอาก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up