Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6569/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การปลูกสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 77 ต้องเป็นกรณีปลูกสร้างอาคารในท้องที่ที่มีอาคารเป็นจำนวนมากปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ และมีสภาพหรืออาจทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมืองและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร และจะต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปรับปรุงอาคารในท้องที่นั้นด้วย ข้อเท็จจริงเหล่านี้จำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างหรือนำสืบในศาลชั้นต้นและไม่ปรากฏในสำนวนจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195ประกอบด้วยมาตรา 225 จำเลยปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นเจ้าของอาคารซึ่งตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522ถือว่าเป็นผู้ดำเนินการจึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ปรับวันละ 1,000 บาท และเมื่ออาคารที่ปลูกสร้างเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรมจึงเป็นอาคารตามมาตรา 70 อีกมาตราหนึ่งศาลอุทธรณ์มีอำนาจปรับจำเลยเพิ่มอีกสิบเท่าเป็นปรับวันละ 10,000 บาท ชั้นอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง65 วรรคสองและ 70 ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยทั้งสามวันละ 5,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนซึ่งเท่ากับว่าโจทก์ไม่ติดใจขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 69 อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยวันละ 10,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาเกินกว่าอุทธรณ์ของโจทก์ เป็นการไม่ชอบ

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 192 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 225 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 42 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 65 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 69 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 70 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 77

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามสำนวนต่างเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินชายหาด และก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชยกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารแล้ว ก็ไม่ปฏิบัติตามขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน และพระราชบัญญัติควบคุมอาคารให้จำเลยรื้อถอนอาคาร และให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21,40, 42, 65, 67, 69, 70 ความผิดฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้รื้อถอนอาคาร ปรับคนละ 500 บาท ต่อ 1 วัน ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนและให้จำเลยรื้อถอนอาคาร ให้จำเลยกับบริวารออกไปจากที่พิพาทโจทก์และจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสามคนละ 10,000 บาท ต่อวัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2ที่ว่ากรณีของจำเลยเป็นกรณีที่ต้องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 77 เมื่อโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทมาตรานี้ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า การปลูกสร้างอาคารของจำเลยต้องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 77 หรือไม่จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเสียก่อน ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้อเท็จจริงจะต้องได้ความว่า ท้องที่ที่จำเลยปลูกสร้างอาคารเป็นบริเวณที่มีอาคารเป็นจำนวนมากปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ และมีสภาพหรืออาจทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย

การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมืองและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร และจะต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปรับปรุงอาคารในท้องที่นั้น ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกาแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ยกขึ้นอ้างหรือนำสืบในศาลชั้นต้นข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงไม่ปรากฏในสำนวน ทั้งเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น ฎีกาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 และที่ 2ยกขึ้นอ้าง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225

ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้จำเลยที่ 3 ฎีกาอีกว่า ศาลอุทธรณ์จะปรับจำเลยวันละ 10,000 บาทไม่ได้ เพราะกรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 34, 70 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารที่ปลูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารภายในกำหนดขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21,40, 42, 65, 67, 69, 70 และทางพิจารณาได้ความดังฟ้องโจทก์กรณีจึงต้องด้วยพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 21, 42, 65, 69, 70ซึ่งมาตรา 65 วรรคสอง กำหนดระวางโทษปรับวันละ 500 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องและเมื่อจำเลยเป็นเจ้าของอาคารซึ่งถือว่าเป็นผู้ดำเนินการตาม มาตรา 69 จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่าเป็นปรับวันละ 1,000 บาท

นอกจากนั้น อาคารที่จำเลยปลูกสร้างยังเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรมต้องตามมาตรา 70 อีกด้วยซึ่งกฎหมายกำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นสิบเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับดังนั้นศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจปรับจำเลยเพิ่มอีกสิบเท่า เป็นปรับวันละ 10,000 บาทได้ ฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยทั้งสามฎีกาต่อไปว่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษปรับจำเลยเพียงวันละ 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาลงโทษปรับจำเลยวันละ 10,000 บาทไม่ได้ ในข้อนี้เห็นว่า ชั้นอุทธรณ์โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง, 65 วรรคสอง, 70 การที่ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลยทั้งสามในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารเพื่อพาณิชยกรรมเพียงวันละ 500 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน เป็นการลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด

ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยทั้งสามวันละ 5,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ซึ่งเท่ากับว่าโจทก์ไม่ติดใจขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 69 อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยวันละ10,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการไม่ชอบ"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับข้อหาฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารภายในกำหนด ให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสามคนละ 5,000 บาทต่อวัน นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสามจะรื้อถอนอาคาร นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 105801)

การปลูกสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 77 ต้องเป็นกรณีปลูกสร้างอาคารในท้องที่ที่มีอาคารเป็นจำนวนมากปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่น ดินก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่…

Supreme Court Judgment No. 4310/2536

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคแรกบัญญัติว่า "ในกรณีที่ฝ่าฝืนมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 หรือมีการก่อสร้างดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนมาตรา 31 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่ง…

Supreme Court Judgment No. 3524/2535

จำเลยปลูกสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ เป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้วกรรมหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตหมดอายุแล้วจำเลยไม่ต่อใบอนุญาตก่อสร้างแต่ยังคงก่อสร้างต่อไปอีกย่อมเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3920/2549

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง โดยขอแก้ไขบทลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิดความผิดก่อนที่ศาลชั้นพิพากษาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคหนึ่ง, 164 เมื่อจำเลยไม่ค้านและศาลชั้นต้นอนุญาตให้…

Supreme Court Judgment No. 2830/2537

ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่4921/2531 ของศาลแขวงธนบุรีหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน มิใช่ปัญหาข้อเท็จจริง แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up