Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65777)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า การทำงานหลังเวลาทำงานปกตินั้นถือเป็นการปฏิบัติงานประจำต่อเนื่องอันเดียวกับการทำงานในเวลากลางวัน ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ในเงื่อนไขการจ้างและสัญญาจ้างแรงงานก่อนจะร่วมงานกัน ซึ่งข้อเท็จจริงในรายละเอียดการปฏิบัติงานนั้นจะแตกต่างกับการปฏิบัติงานในเวลาทำงานปกติ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานล่วงเวลา จึงมิชอบโดยกฎหมายและขัดกับเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 25) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและค่าลวงเวลาในวันหยุดที่ยังค้างชำระเป็นจำนวนเงิน 31,503.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (1 พฤษภาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ตามขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 21) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าลักษณะงานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรเป็นงานอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน คือต้องออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุเมื่อได้รับแจ้งการที่จำเลยให้โจทก์เข้าเวรหลังเวลาทำงานปกติ ถือได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา จำเลยอุทธรณ์ว่า แม้งานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรจะเป็นงานประเภทเดียวกันคือรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ แต่รายละเอียดและความยากลำบากแตกต่างกันคือ การปฏิบัติงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกตินอกจากจะรอรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุแล้วช่วงเวลาใดที่โจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์จะต้องทำการตรวจเช็คเอกสารจัดทำเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถพักผ่อนหลับนอนได้แต่การปฏิบัติงานหลังเวลาทำงานปกติ ถ้าโจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์สามารถพักผ่อนหลับนอนอยู่ในสำนักงานได้ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างเคร่งครัดเหมือนกับการทำงานในเวลาปกติ การทำงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกติกับการทำงานในเวลาเข้าเวรจึงแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา เห็นได้ว่าจำเลยโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวข้างต้นเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ว่าโจทก์ทำงานล่วงเวลาหรือไม่ อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54วรรคหนึ่ง ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 69/2545นาย วีรศักดิ์ ไทรเอี่ยมโจทก์บริษัท เอเซียไดนามิคประกันภัย จำกัดจำเลยบริษัท เอเซียไดนามิคประกันภัย จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า การทำงานหลังเวลาทำงานปกตินั้นถือเป็นการปฏิบัติงานประจำต่อเนื่องอันเดียวกับการทำงานในเวลากลางวัน ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ในเงื่อนไขการจ้างและสัญญาจ้างแรงงานก่อนจะร่วมงานกัน ซึ่งข้อเท็จจริงในรายละเอียดการปฏิบัติงานนั้นจะแตกต่างกับการปฏิบัติงานในเวลาทำงานปกติ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานล่วงเวลา จึงมิชอบโดยกฎหมายและขัดกับเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 25)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและค่าลวงเวลาในวันหยุดที่ยังค้างชำระเป็นจำนวนเงิน 31,503.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (1 พฤษภาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ตามขอ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 21) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าลักษณะงานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรเป็นงานอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน คือต้องออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุเมื่อได้รับแจ้งการที่จำเลยให้โจทก์เข้าเวรหลังเวลาทำงานปกติ ถือได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา จำเลยอุทธรณ์ว่า แม้งานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรจะเป็นงานประเภทเดียวกันคือรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ แต่รายละเอียดและความยากลำบากแตกต่างกันคือ การปฏิบัติงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกตินอกจากจะรอรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุแล้วช่วงเวลาใดที่โจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์จะต้องทำการตรวจเช็คเอกสารจัดทำเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถพักผ่อนหลับนอนได้แต่การปฏิบัติงานหลังเวลาทำงานปกติ

ถ้าโจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์สามารถพักผ่อนหลับนอนอยู่ในสำนักงานได้ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างเคร่งครัดเหมือนกับการทำงานในเวลาปกติ การทำงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกติกับการทำงานในเวลาเข้าเวรจึงแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา เห็นได้ว่าจำเลยโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวข้างต้นเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ว่าโจทก์ทำงานล่วงเวลาหรือไม่ อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54วรรคหนึ่ง ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
จรัส พวงมณี · มงคล คุปต์กาญจนากุล · หัสดี ไกรทองสุก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up